Aezquer 的个人资料`Aezquer~*照片日志列表更多 工具 帮助

日志


12月11日

• Alone •

 
 
ว่างๆเดี๋ยวกลับมาเขียน ตอนนี้เครียด สมองไม่แล่นเลย.. (-.-'')
 
ปล. เฮ้อ..
 
11月7日

• Give me time •

 
 
กลับมาแล้วค๊าบ!!
เมื่อวานไปลอยกระทงมา
ไปกะทั๊กกี้ เมนี่ ลาว น้องฝน
แต่จริงๆไม่ได้ลอยกระทงหรอก
เพื่อนๆมีคู่กันหมด แมร่งหดหู่โคตรวะ
ไม่ลอยก็ได้วะ กระทงอะ เลยได้ปล่อยปลาไหลแทน
เผื่อผลบุญจะทำให้กุไหลไปอยู่ในหัวใจคนๆนั้นได้ซักติ๊ด
 
ออกมาตอน 2 ทุ่มครึ่ง..ไปทานข้าวร้านเต็มอิ่ม(กัง)
เสร็จปั๊บทัชชี่โทรมาร้องไห้ คนห่าไรอกหักวันลอยกระทง
ผู้หญิงแมร่ง โหดร้ายเกิ๊น!! เลิกกะแฟนดอดไปคบกับเพื่อนแฟน
แมร่งคิดได้ยังไงวะ!! เป็นกูตบหัวทิ่มทั้ง2คนเลย..
มันบอกอยากดื่มเพื่อลืมเธอ เอาอีกแระ ยูบาร์ (-_-")
..
....
หยุดๆ Stop!! ลืมเล่าๆ
หลายวันก่อนไปดูคอนเสิร์ตปาล์มมี่ กรี๊ดๆ
คนอะไรน่าร๊าก น่ารัก เสียงก็เพราะ มีเสน่ห์จัง แฮ (>,<)
ไปกับทั๊กกี้ เมนี่ เจ๊เคน กะ เสี่ยดำ(ควักไม่อั้นแมร่งมี50บาท)
กว่าจะขึ้นเวทีก็นู่น ปาเข้าไป ตี 1 แต่ก็คุ้มกับการรอคอย
เพราะเสียงปาล์มมี่เค้ามี power พอที่จะทำให้ต่อมน้ำตากุระเบิดไปกับเพลง "ความเจ็บปวด"
กุรู้นะกะแม..มืงแอบเห็นกุ sad ฮะๆ
ไม่เป็นไรๆ ไม่คิดมาก สู้ๆสู้ตาย!!
..
เอ้า!! มาต่อเรื่องวันลอยกระทง..
ก็เรื่องที่ไอ่ทัชชี่มันอกหักนะแหละ แต่มันยังมีแย่กว่านั้น
คือมันดันไปเจอ น้อง...ของมันในร้าน เอาละซิ..
พี่แกดั๊มเอาดั๊มเอาแบบไม่เกรงใจใครเลย
ยกหมดแล้วก็นั่งก้มหน้า..
"ฟาย แดกเหล้าแล้วมันทำให้เค้ากลับมารักมืงเหมือนเดิมมั้ย" กุด่ามัน..
กุด่ามันไปทั้งๆที่กุก็เคยทำเหมือนมัน แมร่งโคตรหน้าด้านเลยกุ ฮ่ะๆ
คืนนั้นจบด้วยการเมาของมัน..เมาแล้วเสรือกดื้อไม่ยอมให้คนอื่นขับรถให้อีก
มันบอกมันจะไปถ่าย Tokyo Drift กุแมร่งหน้าเสียเลย ฟาย!!
 
มันกลับไปกุก็ไปนั่งเมาท์ต่อกับ ไอ้ต้น นายกสโมคณะกุ
แมร่งไฮโซจริงกุ ได้นั่งโต๊ะเดียวกะนายก ฮะๆ
คุยกันไปคุยกันมาได้ซักพัก ปอมันก็ตามมาสมทบ
เมาท์กันหลายเรื่องมากมาย ตั้งแต่เรื่องหัวใจยันธุรกิจ
อายุ 21 มีธุรกิจเป็นของตัวเองแล้ว เป็นการเริ่มต้นที่ไม่เลวเลย ว่าม๊ะ..
มีเรื่องนึง ทำให้กุนอยซ์มาก คือเรื่องที่ไอ้ต้นเล่าให้ฟังว่าเห็นบางอย่างเข้าที่โรงอาหารมนุษย์
มันทำให้กุแทบบ้า โอ้แม่เจ้า ไม่นะไม่จริงหรอก มืงโกหกกูแน่ๆ มืงอำกุเล่นใช่มั้ย..
..
.....
 
ทุกๆอย่าง จบลงเพราะเหล้าหมด เด็กเสริฟแมร่งบ้าพลังสัด
เหล้า 1.25 นะเว้ย ไม่ใช่ 750 กิน 4 คน ชมเดียวหมด แมร่งโหดเกิ๊น!!
แต่ไม่ต้องห่วง ตั้งแต่วันนั้นที่กุลืมที่จอดรถตัวเองจนต้องไปแจ้งความรถหายที่โรงพัก
กุก็เซฟตัวเองมาตลอด ฮะๆ แมร่งวันนั้นขายหน้าโคตรๆ (-_-")
 
วันนี้ตื่นตอนเที่ยงๆเห็นจะได้..
อาบน้ำแต่งตัวทำภารกิจในฐานะเด็กดี
ตกตอนเย็นขับรถพาป้าไปรับพี่สาวที่หอ
เอ่อ..ลืมบอกเพื่อนๆ พี่กุซื้อหอพักในมอนะ
ใครไม่มีที่หลับที่นอนติดต่อได้ ฮะๆ แอบโฆษณา
แต่กุว่า ถ้าเด็กในหอรู้ว่าเป็นหอป้ากุละก็
แมร่งย้ายหนีหมดแน่ ฮ่าๆ
แฮปปี้มากมาย ไปกับป้าสั่งอย่างเดียว อิ่มจังตังอยู่ครบ แฮะๆ
 
 
ยังมีหลายๆเรื่อง หลายๆเหตุการณ์ หลายๆความรู้สึก
ตอนนี้ขอเวลาเรียบเรียงนิด เดี๋ยวคราวหน้าจะเอามาเล่าให้ฟังแน่นอน ^^
เอ่อ..มีไรมาให้ทำแก้เซ็งละ http://wannie11.funtest.biz/ แบบทดสอบความสัมพันธ์
คะแนนเต็ม 200 นะ ใครได้ต่ำกว่า 100 จะมีการงอนเกิดขึ้น ฮะๆ
ช่วงนี้อากาศเริ่มหนาวแล้ว รักษาสุขภาพด้วยนะเพื่อนๆ
คอนะ หาผ้าพันคอมาพันกันมั่งนะถ้าหนาวมากๆ (ทำตัวเป็นเด็กเกาหลี ฮะๆ)
 
 
 
- If you judge people, you have no time to love them. -
 
 
--------------------------------------------------------------------------
 
8月13日

• วิ่งตามความรัก ?? •

 
 
 
สำหรับบางคนความรักคงเป็นแค่เกมที่เล่นเพื่อหวังอะไรบางอย่างในตัวเค้าหรือเธอ
และมันก็น่าเศร้าที่ต้องจบลงด้วยน้ำตาทุกครั้งไป..
คนที่จริงใจจริงๆก็ได้แฟนที่เจ้าชู้หลายใจและเฝ้าบอกกับตัวเองว่า
"ขอแค่คน คนเดียวที่จริงใจและรักจริง ไม่ทิ้งเราไป อยู่ด้วยกันตลอดไป"
 
ในเรื่องความรักทุกคนมีเส้นชัยของตัวเอง มีสถิติที่ตัวเองพอใจ
แต่คนที่เข้าเส้นชัยก่อน ใช่ว่าจะคว้าความรักที่ดีได้ก่อนเสมอไป
และสถิติที่ดี ก็ไม่ได้การันตีว่าความรักจะสมบูรณ์แบบ

ในขณะที่สังคมทุกวันนี้ปลูกฝังให้เราวิ่งแซงคนอื่น ๆ เสมอ
อย่าให้ใครแซงหน้า เพราะนั่นย่อมหมายถึง การพลาดโอกาสดีๆ ในชีวิตไป
แต่สังคมของความรักสอนให้คนรู้จักผ่อนจังหวะก้าวให้ช้าลง แต่หนักแน่นขึ้น
โลกภายนอกบอกให้เรารู้ว่า อย่าวิ่งตามใครถ้าไม่แน่ใจว่าจะตามเขาได้ทัน
เพราะมันเสียแรงเปล่า และโง่เหลือเกิน
แต่โลกของความรัก ใครอีกหลายคนสมัครใจที่จะเป็นคนโง่
เพื่อวิ่งตามคนที่ตัวเองรักให้ทัน ทั้งที่รู้แก่ใจว่าไม่มีวันนั้น..
 
 
ผู้ชายคนหนึ่งกำลังวิ่งด้วยตัวลำพังคนเดียว
ผู้หญิงที่เขาหลงรักเป็นักวิ่งฝีเท้าดี เธอออกวิ่งก่อนเขาเสมอ
ไม่มีการบอกกล่าวล่วงหน้า และไม่เคยชะลอความเร็วลงเลย
แต่ความเร็วของเธอก็ไม่มากไปกว่าความรักที่เขามีให้
ความรักทำให้เขาวิ่งเร็วขึ้น ใกล้เธอมากขึ้น
และไม่ยอมปล่อยให้เธอทิ้งระยะจนคลาดสายตา
แต่เมื่อเกือบที่จะถึงตัวเธอ..
เขาล้มลง..เหนื่อยหอบอย่างหมดแรง วินาทีนี่เงยหน้าขึ้นมา
เธอคนนั้นได้วิ่งจากเค้าไปลับสายตาสียแล้ว
 
ถึงตอนนี้ผู้ชายคนนั้นยังคงวิ่งอยู่ วิ่งไปปาดน้ำตาไป..
.
. . .
 
ถึงตอนนี้เขารู้แล้วว่า..
ตัวเขาไม่ได้ต้องการที่จะวิ่งเคียงข้างเธอคนนั้นไปทั้งตลอดเส้นทาง
เขารู้เพียงแค่ว่า ตอนนี้ เวลานี้ เขาขอแค่ได้วิ่งตามเธอห่างๆ
ได้เห็นความเป็นไปของเธอ
เขายังมีเธออยู่ในสายตา - ในชีวิต - ในหัวใจ และ ในทุกลมหายใจที่รวยริน..
แม้ว่าเธอจะไม่เคยหันหลังกลับมามองเลยก็ตาม
"แล้วทำไมไม่เข้าใกล้เขากว่านี้ ทำไมต้องเว้นระยะห่างแบบนี้ด้วย" เพื่อนเขาถาม
"กลัวเค้าจะรู้ตัว แล้ววิ่งหนีเราไปไกลยิ่งกว่านี้.. หรือถ้าวันหนึ่งเธอล้มลง..เราจะได้เข้าไปช่วยพยุงได้ทัน"
ชายหนุ่มตอบกลับไป ด้วยรอยยิ้ม
 
วันนี้ และ ต่อจากนี้ เขาพร้อมที่จะวิ่งตามดูแลเธออย่างห่างๆ
หากเพียงแต่..เธอคนนั้น ยอมรับฟังคำขอโทษจากปากของเพื่อนที่ไม่เจียมตัว+ขี้เมาของเธอคนนี้ (-_-")
เธอจะยอมให้ชายคนนี้วิ่งตามเธออยู่อีกมั้ย ??
และคงไม่ช้าเกินไปนะ ที่จะเอ่ยคำว่า.. "ขอโทษ"
 ผมจะยังวิ่งอยู่ต่อไป.. แม้ว่าจะไม่มีวันได้เห็นเส้นชัยก็ตาม..
 
"แล้วคุณละ เจอเส้นชัยของคุณรึยัง ??" 
 
 
"สวรรค์อาจจะต้องการให้เราพบคนที่ไม่ใช่..ก่อนที่จะมาพบคนที่ใช่
เพื่อเวลาเราพบคนคนนั้นแล้ว เราจะได้รู้สึกซาบซึ้งถึงพรที่ทานประทานมา"
 
 
------------------------------------------------------------------------------------
7月31日

• ปลดปล่อย •

 

 

สอบ midterm เสร็จแล้ว รู้สึกโล่งใจสบายจริงๆ
ปลดปล่อยมากมาย รู้สึกดีๆ ฮิฮิ (^.^)
รู้สึกเหมือนอะไรหลายๆอย่างที่ดีๆกำลังจะเข้ามาในชีวิต
แต่ต้องแหกขี้ตา ตื่นไปซ้อมบาสตอนตี 5 อีกแล้ว เวรกำๆ
 
สอบวิชาแรกเอาปีเข้าไป ทำได้หมดเลย ฮี่ๆ
วิชาที่ 2-3 ไม่ได้เอาปี้เข้า วิชาแรกทำได้
วิชาต่อมานี่พึ่งดวงอย่างเดียว อ.ใหม่สอน ออกข้อสอบโคตรฮา
เหมือนเด็กประถามเลยวะ กากบาท+โยงคำตอบ (-_-")
เหลืออีก 2 วิชายังไม่ประกาศวันสอบ สบายใจได้อีกแปบ..
 
 
ได้รถใหม่แล้ว Fortuner 3.0V ออกวันที่ 28 ตอน 9 โมง 9 นาที
ไม่ใช่ว่าเห่อรถใหม่อะไรขนาดนั้นนะ
ขับมาหลายคันก็จริงแต่คันนี้มันเป็นชื่อของตัวกุเองไง
เลยอดปลื้มไมได้ เห่อซะหน่อยน่า 55+
ยังไม่ได้เอาไปติดฟิล์มเลย ไม่ชอบฟิล์มทึบเลย อึดอัดเนอะ
ใส่แมกซ์ 20 ไม่ได้ วิ่ง 120 พวงมาลัยก็สั่นแล้ว เดิมๆดีที่สุด (^.^)
เหลือเครื่องเสียง เปลี่ยน Front เพิ่มแอมป์ เปลี่ยนลำโพงคงพอ
แล้วก็ล็อคเบรค กะ ล็อคยางอะไหล่..เมื่อวานขับออกไปแต่งร้านอิพลอย
ลืมว่าเป้นวันอาทิตย์ ร้านปิดซะงั้น.. แมร่งตื่นฟรี
 
 
วันเสาร์ไปวันบักจอร์จมัน ไปกัน 10 กว่าคนหมดเหล้าไป 6 ชวดลิตร
บ้าพลังกันมาก ร้านปิดไปบ้านจอร์จต่อ เมากันปลิ้นเลย
กว่าจะกลับนู่นเช้า.. ไม่เอาแล้วนะเว้ยเที่ยวแบบนี้แมร่งเสียสุขภาพ
เล่นเอาหมดแรงเลย กว่าจะตื่นล่อไปบ่าย 2 (-,-")
ตอนเย็นตั๊ก+ลาวมาทานข้าวที่บ้าน เนี่ยเพิ่งกลับไปตอนตี 1
กินกันพุงปลิ้นเลย มันบอกไก่ที่กุทำอร่อยเหาะเลย หุหุ
พรุ่งนี้ขี้เกียจไปเรียนจริงๆ สอบเสร็จแล้วน่าจะปิดซัก 2-3 วันเนอะ
หมดกำลังใจเล๊ย อยากจบแล้วโว้ย!!
 
 
- เรียนดี กีฬาเด่น เน้นคุณธรรม คือสัจธรรมของกุ -
- ชีวิตแสนสุข ที่เกือบจะ Perfect -
 
 
ปล. หา MV เพลง ที่แห่งนี้ ที่ใช้กับ Windows Media ไม่ได้อ่า ใครเจอบอกด้วยน๊า~า
 
--------------------------------------------------------------------------
7月10日

• Darkside •

 
เป็นอีกช่วงที่ใช้ชีวิตได้น่าเบื่อที่สุด
แล้วก็มีอะไรซวยๆเกิดขึ้นอีกแล้ว.. (-_-")
ช่วงนี้ปิดเข้าพรรษา เพื่อนๆในมอก็กลับบ้านกัน
ไอ้พวกที่เรียนกรุงเทพก็กลับมากัน
หลังจากไม่ได้ไปเที่ยวไหนเลยเกือบเดือน
เลยได้ออกไปเที่ยวทุกคืนเลย
3 วันติด วันพฤหัสนี่ไป Rad กะไอ้ปอ
เจออริอีก..ป่วนกันทั้งคืนอะ ซักพักมันก็หนีกลับไป..
คืนที่ 2 นี่ไป Rad อีก แต่ไปกับพวกไอ้ตั๊ก+บดี กับ เพื่อนในมอ
คืนนี้กูจ่ายไปคนเดียว เกือบ 4000 อ้วกแตกเลย.. (- -")
คืนวันเสาร์ไป U-Bar เพราะบักหมิง+เพื่อนที่ กทม. กลับมา
แพรแมร่งทะเลาะกับแฟนอีก..ร้องไห้+เมาอีก
กูกับทัชชี่เลยทำหน้าที่เพื่อนที่ดีขับรถไปส่งมันที่บ้านอีก
เดินออกมาโทรศัพท์ที่เพิ่งได้มา ตกลงไปในท่อน้ำทิ้งหน้าร้าน
บ้าเอ้ย..เพิ่งได้มาไม่กี่วันเอง (- -")
โอ้ แม่เจ้า..กูอยากร้องไห้ (T.T)
 
วันนี้อยู่บ้านเลยมีเวลาอัพ Space
วันหลังต้องหาเวลาไปเข้าวัดทำบุญมั่งแล้วเรา
เป็นเด็กดีอยู่บ้านดีกว่าเนอะ แฮๆ
อีกวัน 2 วันก็เปิดเรียนแล้ว
midterm test is coming แล้ว
เร็วจังเลยอ่า.. ขี้เกียจอ่านหนังสือมากมายอะ
 
Do you know I ever be lonely..
Although there are a lot of people in this world
but it's seem like I an alone...
"ทำไมชอบอยู่คนเดียว" หลายคนถามผมอย่างงี้
ก็อยู่คนเดียวแล้วมันสบายใจนี่หว่า
ไม่ต้องคอยมาคิดว่าคนอื่นเค้าจะคิดกับเรายังไง
ไม่ต้องไปง้อใคร..ไม่ต้องจนแลคเชอร์ให้ใคร
ไม่ต้องนั่งพิมพ์รายงานให้ใคร..ไม่ต้องคอยหึงใคร(อันนี้สำคัญ)
แต่ก็อยากให้มีคนค่อยเป็นห่วงเราบ้างนะบางที.. แอบเศร้า.. (+_+)
คิดแล้วปวดหมับ.. บ่นแล้วก็อยากรีบเรียนรีบจบ
อีกไม่ถึง 2 ปีก็จบ แล้วยังต้องหาที่เรียนอีก..แค่คิดก็เหนื่อยล่วงหน้าแระ
บอลโลกจบแล้ว Italy ได้แชมป์ไปครอง
Gattuso บู๊ทั้งเกมเลย ชอบๆ... c", )
เฮ้อ..บ่นเยอะเหลือเกิน เช้าแล้วไปนอนแระจ้า..
 
--------------------------------------------------------------------------
7月3日

• Love Story part3 •

This is a really good love story...but be warn it's really long but it's worth it

แล้วปัจฉิมก็มาถึง เมื่อคืนผมนอนแทบไม่หลับผมอยากที่จะเห็นหน้าเธอ
ในห้องประชุมอาจารย์ก็กล่าวแสดงความยินดีกับนักเรียนพองาม
แล้วก็ปล่อยให้แลกเปลี่ยนของที่ระลึกกัน
ผมก็เดินแลกเปลี่ยนของที่ระลึกไปเรื่อย ถ่ายรูปไปเรื่อย
พอเริ่มเที่ยง ผมก็เริ่มหิวแระ พอแระไม่แลกแระ ทานข้าวดีกว่า
ผมกะลังจะเดินเอาของไปเก็บที่รถ
เจอครีมเข้าพอดีอะ แต่เวงแระ แย่จังของผมหมดแล้วอะ แจกไปหมดแล้ว
ครีมเธอเดินมากับแป้ง เธอเห็นผมเธอก็เดินเข้ามา
จากการใช้สมองอันน้อยนิดประมวลผลในเวลา 2.69 วินาที
ทำให้ผมได้ข้อสันนิฐาน 2 อย่างว่า 1.เดินเอาของที่ละรึกมาให้
2.เดินมาตบกะโหลกแล้วบอกว่าเลิกมาวุ่นวายได้แล้ว
ผมได้สติอีกทีเธอก็มายืนอยู่หน้าผมแล้ว
“ อะ เอาปาย ” เธอพูดพร้อมกับยิ้มมุมปากนิดๆอะ น่ารักจัง (>๐<) อายๆ
อะ ปรากฏว่าเป็นข้อ 1 ครับท่าน รอดตัวไป
“ อะ เอาไปแล้วเอาของมืงมาด้วยบักบ๊วย ” ยัยแป้งข่มขู่
“ ของเค้าหมดแล้วอะ เพิ่งหมดตะกี้นี้เอง โทดทีๆ ” งะ ไม่น่าหมดเลย
“ อ่าวสาด งั้นเอาคืนมาเลย ” แป้งนี่มันโหดจังวะ
“ อ่อ ไม่เป็นไรๆ ” นี่ซินางฟ้าของผม (>.<)
หลังจากนั้นผมก็ไปทานข้าวกับเพื่อนๆ แล้วก็มาดูบอลประเพณี ระหว่าง ม.5 กับ ม.6
บอลยังเตะไม่จบพวก ม.6 ก็เริ่มที่จะทยอยกลับกันหมดแล้ว
สงสัยจะรีบไปแต่งสวย แต่งหล่อ ก็เย็นวันนี้มีงานพรอมนี่นา
 

ผมขับรถกลับบ้านพร้อมกับยัยนิ่มเพราะบ้านกลับทางเดียวกัน
ต้องพามันไปเอาชุด แล้วก็ไปสั่งเค๊กที่ร้านเบเกอรี่
กลับถึงบ้านก็อาบน้ำแต่งตัว สำหรับผมไม่ยุ่งยากไรมากคับ เสื้อเชิ้ต สแลค สูท ธรรมดา
พวกผู้ชายนัดกันที่บ้านผม เพราะจะได้ออกไปพร้อมกัน นานๆแต่งอย่างงี้คงอายกันมากเลย
ขับรถมาถึงงาน อ้าวมาถึงพร้อมกันกับพวกผู้หญิงเลย
ซักแปปผมก็เหลือบไปเห็นครีม อุ๊!! แม่เจ้า สวยจังเลย
วันนี้เธอดูสวยกว่าทุกวันเลย สวยน่ารักอย่างกะนางฟ้า(>.<)
มันทำให้ผมรู้สึกต๊อกต๋อยอย่างมากมายมหาศาลเลย
สภาพแวดล้อมรอบตัวเธอที่มันทำให้ผมดูจะไม่เหมาะกับเธอลงไปทุกที
 เวลาที่ผมเดินใกล้กับเธอมักจะมีคนมองตลอด
ผมเริ่มรู้สึกว่าผมห่างเธอไปเรื่อยๆ เหมือนเรือที่ถูกปล่อยลอยเคว้งคว้าง
ซึ่งนับวันลมฝนจะทำให้มันห่างออกจากผืนดินเข้าทุกที่ๆ
เมื่อก่อนผมเคยคิดเสมอว่าเธอเป็นนางฟ้า... ที่ผมต้องคอยแอบช่วยเหลือเสมอตอนนี้มันก็ยิ่งไกลลับตา
เปลี่ยนเป็นคำว่า “ ดอกฟ้ากับหมาวัด ”ดูจะเหมาะกว่านะ
งานเลิกประมาณ 4 ทุ่มนิดๆ พวกเราทั้งหมดก็ไปเที่ยวต่อกัน
ใครไม่เคยไปก็คงได้เปิดหูเปิดตาวันนี้แหละ
เพื่อนในห้องพามาของร้านรุ่นพี่ศิษเก่าที่โรงเรียนอะ
รุ่นพี่เค้าก็จัดโต๊ะให้เสร็จสรรพเลย พวกผมมากันประมาณ 30 คนเห็นจะได้
ครีมนั่งตัวเกร็งเลยฮะ คงจะตื่นเต้นมั้ง(^.^)
เที่ยงคืนของคืนนี้ก็จะถึงวันเกิดของครีมแล้ว
ถูกต้องแล้วคับ เธอเกิดวันที่14 ก.พ. เป็นวันวาเลนไทน์ พอดิบพอดีเลย

คนอะไรน๊า นอกจากจะน่ารักแล้ว ยังเกิดวันดีซะด้วย
ผมเตรียมเซอร์ไพสเธอไว้เรียบร้อยแล้วคับ เค๊กที่ผมเตรียมไว้ฝากพนักงานไว้ในร้านแล้ว
เหลือเพียงแต่รอเวลาเท่านั้น....
ถึงค่าของมันจะน้อยนิดกระจ้อยจ่อย เมือเทียบกับอะไรๆที่ราคาแพงริบลิ่ว
แต่ในด้านจิตใจแล้วผมคิดว่าเธอต้องชอบมันมากเลยทีเดียว
แต่เอ...ทำไมน๊า วันนี้ครีมมองผมแปลกๆ แอบงงนิดๆฮะแต่ไม่เป็นไร
ผมเดินเข้าไปในร้านพร้อมกับเพื่อน 2-3 คนเพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัย
ผมจุดเทียนปักลงในเค๊ก แล้วถือออกมาพร้อมกับดอกกุหลาบที่เตรียมไว้แล้ว
ผมเดินออกมาพร้อมกับร้องเพลง
 Happy Birth Day ~ 
เพื่อนๆก็ช่วยกันร้อง คนเงี้ยมองกันใหญ่เลย ครีมเธอคงอายน่าดูเลย (- -“)
“ สุขสันต์วันเกิดนะ ” ผมกระซิบข้างๆเธอ พร้อมกับยื่นดอกไม้ให้
“ ขอบ..ขอบคุณนะ ” เธอหยิบดอกไม้แล้วอึ้งไปประมาณ 1.76 วินาทีแล้วถึงเป่าเค๊ก
ทั้งเสียงตบมือ ทั้งเสียงแซว ดังมาเป็นระยะๆ
ครีม เธอคนที่ทำให้ผมแอบยิ้ม แอบมีความสุขอยู่ทุกวันๆนั้น
เธอคงไม่รู้หรอกว่าวันนี้เป็นวันที่ผมมีความสุขที่สุด
แต่ว่าความสุขมักจะอยู่ไม่ได้นาน...
ผมเดินไปเดินมาอยู่ในบริเวณนั้นซักพัก เจอเพื่อนเยอะแยะเลย
ใครๆก็คงมาเที่ยวกันต่อแถวนี้หมด
ผมเดินกลับโต๊ะไปเพื่อนๆก็ย้ายเข้าไปเต้นข้างในแล้ว
ผมแอบมองอยู่ข้างนอกเห็นครีมนั่งอยู่ ไม่ยักกะเต้นแฮะ ผมเลยเดินเข้าไปข้างใน
เดินเข้าไปยัยนิ่มมันเมาได้ที่แล้ว สงสัยดื่มหนักไปหน่อย

อยู่ดีๆมันก็เดินมาลากผมเข้าไปเต้นด้วย
“ เฮ้ย เบย์ มืงรู้มั้ย ครีมมันไม่ได้เซอร์ไพส์ห่าอะไรมืงเลย ” สงสัยมันคงเมา
“ อ่าว ทำไมละ ” ผมแกล้งถามไปตามเรื่อง
“ ก็มีคนมาบอกมันแล้วว่ามืงจะเซอร์ไพรส์มันนะซิ ” ….
อ่าว เวนแระ เซ็งดิคับอย่างงี้ ใครเจอเข้าแบบนี้ก็คงเซ็งกันหมดอะ
มีทีไหนจะเซอร์ไพรส์เค้า เตรียมซะดิบดี เค้าดันรู้ก่อน
อารมณ์นั้นทำไรมากไม่ได้คับ โวยวายก็ไม่ได้ โลกสีชมพูของผมกลายเป็นสีดำในทันที
ทำได้อย่างเดียวคือดื่ม ดื่มเข้าไป ยกแล้วยกอีก
เดินแมร่งทุกโต๊ะอะ เพื่อนอยู่ไหนไปหมด
อ่าว ตี1 จะปิดแล้วซิเนี่ย กำลังเมาได้ที่เลย ว่าแล้วก็ยังเซ็งไม่หาย
เพื่อนๆก็เดินออกมาจากข้างในร้านกันแล้ว ครีมก็ด้วย
รวมตัวอยู่หน้าร้านกันซักพัก คุยกันให้รู้เรื่องว่าใครจะกลับยังไง ใครจะกลับกับใคร
“ เฮ้ย บ๊วย มืงไปส่งกุกับครีมนะเว้ย ” แป้งมันพูด
“ เฮ้ย รู้สึกกุจะเมาวะให้ไอ้แดนมันขับไปส่งแระกัน ” ถึงจะปากไม่ตรงกับใจไปหน่อย
แต่ก็ดีกว่าให้ครีมกลับกับผมแล้วเกิดอันตราย
“ เฮ้ยแดน กุฝากครีมกับแป้งด้วยนะเว้ย ” ไอ่แดนมันก็ทำหน้างงๆ
“ แดนมืงไม่ต้องๆ เดี๋ยวกุขับให้มันเอง ” พราวมันพูดขึ้น
ยัยพราวนี่มันสนิทกับกลุ่มพวกผม เพราะมันแอบชอบพอกันกับไอ้เกมเพื่อนผม
ยังไม่ได้พูดพร่ำทำเพลงมันก็ลากแขนผมเดินมาที่รถแล้ว
เวลานี้ละผมได้กลับมามีความสุขอีกครั้ง ครีมนั่งรถกุโว๊ย เหอๆ แฮปปี้ๆ(>.<)
ผมให้พราวมันขับไปส่งยัยแป้งก่อนเพราะจะได้ส่งครีมเป็นคนสุดท้าย

เวลาที่อยู่ในรถผมพูดอะไรไปมั่งผมจำไม่ได้เลย
 พราวมันบอกว่าผมพูดมากโคตรๆอะ (- -“)
พราวมันขับยังไงไม่รู้ของมัน มารู้ตัวอีกทีก็ส่งยัยแป้งถึงบ้านเรียบร้อยแล้ว
พอขับมาถึงบ้านครีม ผมก็ลงไปเปิดประตูให้ครีมลง
แล้วผมก็หยิบนาฬิกาที่ซ่อนไว้ออกมา
“ อะ เค้าให้ จะได้ไม่นอนตื่นสายอีก ” ผมพูดไปตามที่สติสตังผมจะนึกขึ้นได้
“ อ่าฮะ ขอบคุณนะ ” เสียงนางฟ้าตัวน้อยของผมพูดพร้อมกับก้าวเท้าเดินเข้าบ้าน
“ ครีม!! ” ผมร้องเรียกเธอ “ หืม ? ” เธอหันหน้ามา
“ หลับฝันดีนะ ” คำๆนี้เองที่ผมเฝ้าบอกเธอก่อนนอนทุกคืนๆ
วันนี้ผมได้บอกเธอจากปากของผมเองแล้ว
“ อื้อ บ๊ายบาย ” เธอพูดพร้อมกับเดินเข้าบ้านไป
คืนนั้นทั้งคืนผมนอนไม่หลับเลย ได้แต่นอนนึกถึงหน้าหวานๆของครีม (>.<) อายๆ
เหลืออีกประโยคเดียวเท่านั้นที่ผมอยากให้เธอฟังจากปากของผมเอง ไม่นานนักผมก็เผลอหลับไป....
ตอนนี้พวกเราก็กำลังจะจบชั้น ม.6 แล้วนี่ก็เป็นอาทิตย์สุดท้ายสุดท้ายในชั้นมัธยมแล้วสินะ
จากที่เคยมาสายกันหลายคน กลับกลายเป็นมาแต่เช้า
พวกเราผูกพันธ์กับโรงเรียนนี้มาก หลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นที่นี่ และจบลงที่นี่
ถ้าจะนับจากวันแรกที่ผมเห็นเธอและก็แอบหลงรักเธอ
นี่มันก็ 3 ปีแล้ว....ถึงเวลาที่ผมต้องพูดสักที
ผมจะสารภาพในสิ่งที่ผมไม่กล้าพูดมาตลอดเวลา 3 ปี  คำว่า“ผมรักเธอ”
วันนี้เราไม่มีเรียนเลยแม้แต่คาบเดียว ได้แต่นั่งคุยกันทั้งวัน
ผมเล่นบาสเก็ตบอลอยู่ในโรงยิม ซักพักนิ่มกับแก้มก็เดินมาหาผม

“ เบย์ ครีมให้มาเรียกมืงอะ ” ครีมจะให้มาตามทำไมหว่า ?
ดีเลยผมจะได้บอกกับเธอสักที กับไอ้ความรู้สึกดีๆที่มันอยู่ในหัวใจของผม
ผมเดินนำหน้าแก้มกับนิ่มมาจนมองเห็นครีมยืนอยู่
บริเวณนี้เป็นสนามหญ้าข้างตึกวิทยาศาสตร์
มีต้นไม่ใหญ่ให้ร่มเงาอยู่ตลอดเวลามีลมพัดเย็นสบายตลอดทั้งวัน...
มี แป้ง แก้ม และ นิ่ม ยืนดูอยู่ห่างๆ
“………….” ครีมเงียบ
“…...” ผมก็เงียบ
ขณะที่ผมใช้สมองอันน้อยนิดคิดคำพูดอยู่นั้น ผมไม่กล้าสบตาเธอแม้แต่น้อย
ขณะที่ผมกำลังจะอ้าปากพูดนั้นเอง “ เบย์  ”
 “ หืม ? ” ยังไม่ทันที่ผมจะได้พูด
“ เป็นเพื่อนกันมานานแล้ว เป็นเพื่อนกันต่อไปเถอะ ”
เธอพูดเสร็จพลางเดินเข้ามาตบไหล่ผม...
ผมใช้เวลาประมวลผลข้อมูลที่ได้ยินเป็นเวลาราว 2.75 วินาที
แต่แค่ไม่กี่วินาทีนั้นเอง ทำไมผมรู้สึกราวกับว่านานเป็นปี
สถานการณ์เลวร้ายลงทันตาเห็น...
น้ำลายแห้งผาก หน้าร้อนผ่าว ราวกับนักโทษที่รอคำพิพากษา
“ เบย์ มืงไม่เคยยิ้มให้ครีมเลย ยิ้มให้ครีมหน่อยซิวะ ” เสียงของแป้งแหวกอากาศมาแต่ไกลทำให้ผมตื่นจากภวังค์
"เบย์…เอ่อ..." ครีมเอ่ย และพยายามจะพูดอะไรสักอย่าง
ผมนึกว่าตัวเองพอจะแทรกตัวลงไปฝังในใจครีมได้บ้าง
แต่กลับถูกถีบออกมาราวกับไข่ที่ไม่ได้รับการปฏิสนธิเลยหลุดลอกออกมาเป็นประจำเดือน

หัวใจน้อยๆของผมมันจะรับความเจ็บปวดได้ซักเท่าไหร่เชียว
ผมทนไม่ได้แล้ว ผมพ่ายแพ้ต่อความจริง วินาทีนั้น ผมไม่สามารถรับฟังอะไรทั้งนั้น
ผมไม่รออะไรทั้งนั้น ผมรีบเดินออกมาเพื่อคลายความกดดันทั้งหมด
ผมหันหลังให้ครีม แล้วเดินออกไปอย่างไม่เหลียวหลัง
น้ำตาผมมันพาลจะไหลให้ได้
น้ำตาของลูกผู้ชายที่ตลอดสามปีนี้ไม่มีใครได้เห็น
ถึงตอนนี้มันเริ่มไหลปริ่มออกมาจากตาทั้ง 2 ข้างของผม
ผมยังคงเดินต่อไป ได้ยินแต่เพียงเสียงฝีเท้าที่เดินตามมาจากข้างหลัง
ผมวิ่งเข้าไปในห้องน้ำข้างๆโรงยิม พยายามขังตัวเองในห้องน้ำ ห้องส้วม หรือห้องอะไรก็ตามที่พอจะขังได้
พอถึงห้องน้ำเท่านั้นแหละ น้ำตาผมไหลบ่าลงมาอาบสองแก้ม
ผมต่อยประตูพลาสติกจนแตกบาดมือผม เลือดงี้อาบมือเลย
ผมพยายามอยู่คนเดียว เพราะผมกำลังฟุ้งซ่านเหลือเกิน
คำพูดที่ผมเฝ้ารอคอยที่จะบอกเธอ จนถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่ได้พูดออกมา
ไม่มีโอกาสที่จะได้ให้ผมพูด ไม่มีอีกแล้ว ทุกอย่างจบแล้ว...
หัวใจที่ท้อแท้ของชายคนหนึ่ง ผู้สูญเสียรักไปต่อหน้าต่อตามันทรมานเหลือเกิน
เย็นวันนั้นผมขับรถกลับบ้านอย่างไร้สติ
ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านสายตามันมืดมิดราวกับถูกผีห่าซาตานขโมยแสงสว่างออกไปจากจิตใจ
พยายามจะไม่ร้องไห้แล้ว นั่งไปซักพักก็อดคิดไม่ได้
อยู่ดีๆน้ำตามันก็ไหลออกมาเอง...
มันยากเหลือเกินกับการที่จะทำให้ตัวเองผ่านพ้นคืนนี้ไปได้
............................................

“ เฮ้ย!! ไอ้เบย์มันเป็นอะไรวะ ” ไอ้เกมถามไอ้มีน
“ เป็นเชี่ยไรไม่รู้ อยู่ดีๆก็โทรหาลากกูมาแดกอยู่เนี่ยอ่ะ มึงก็เสือกไปดูหนังกับพราวอีก ” ไอ้มีนบ่น
“ รีบกระดกตามเลย กูกับไอ้มีนมึนแล้ ว” ไอ้โอ๊คว่า
“ เออๆ แล้วมึงเป็นเชี่ยไรไม่ทราบครับไอ้คุณเบย์ ” ไอ้แดนถาม
“ เรื่องของกู ” ไม่มีรมณ์เล่าเว้ย มีแต่รมณ์เหล้าเนี่ย!!
ผมยังเซ็งกับเหตุการณ์วันนั้นมาก
ทางออกที่คิดได้ตอนนี้คือ ลืม ทำไงให้มันลืม...ง่ายที่สุด พึ่งเพื่อนยาก สุรา...
ผมก็เลยโทรเรียก(ลาก)พวกมันมากินด้วยกันที่บ้านผมเนี่ยแหละ
ไอ้โอ๊คก็ไม่ลืมโทรเรียกไอ้เกมกะไอ้มาร์คด้วย ครบเซ็ต
เวลาผ่านไป ค่อนขวด (ไม่นับพลพรรคน้ำแข็ง โซดา และโค้กที่สูญเสียไป)
“ แล้วมึงจะเล่าได้หรือยังครับไอ้คุณเบย์ ” ไอ้แดนถามอีก
“ เออ เล่าๆมาได้แล้ว อย่าให้ต้องพึ่งขวด 3 เลย กูไม่ไหวแล้ว ” ไอ้มีนบ่น
ดูเหมือนเหล้าที่หมดไป จะยังง้างขากรรไกรผมไม่ได้
“ กูว่ามึงลองถอยหลังออกจากปัญหาซักก้าว มึงอาจจะเห็นอะไรกว้างขึ้น อย่าไปจมกับปัญหา ” ไอ้เกมให้คติ
“ ห่า มึงก็พูดได้ซะวะมืงมีพราวอยู่แล้วนิ ” ไอ้โอ๊คแซว
“ แล้วตกลงมันเป็นอะไรละเนี่ย ” ไอ้แดนยังถามไม่เลิก
“ ไม่พ้นเรื่องครีม กูได้ยินแป้งกับนิ่มคุยกันเรื่องมัน ” อ้ายมาร์คฟันธง
“ เออ รู้ดีนักนะมืง รู้ไปหมดทุกเรื่องเลย ห่านี่ กุแค่อยากแดกๆให้มันลืมก็แค่นั้น ” ผมโวยไอ้มาร์ค
กินกันไปซักพักฟุตบอลมาก็ดูบอลกันไปตามประสาผู้ชาย
แต่ผมตอนนี้ไม่มีอารมณ์มาเชียร์ทีมรักแล้ว มีแต่ปัญหาความรักที่มันคาใจอยู่ตอนนี้
ผมจะทำยังไงดี ผมต้องเสียครีมไปจริงๆเหรอเนี่ย ผมกดโทรศัพท์หาแก้มทันที...

“ เออ ฮัลโหลเบย์ กุกำลังจะโทรหามืงพอดีเลย มืงทำไรอยู่นิ ” แก้มมันถามแบบเป็นห่วง
“ นั่งอยู่บ้านเนี่ย ” ผมตอบมัน
“ เสียงมืงเมาๆวะ มืงกินเหล้ามาใช่มั้ยเนี่ย ” มันซักผม
“ เออ กินมานิดหน่อย ” ไม่นิดเลยนะ 6 คนซัดไป 2 ขวด (- -“)
“ อย่ากินมากนักนะมืง กูเป็นห่วง ” ….
“ ครีมเป็นยังไงบ้าง ” ผมถามมัน
“ เนี่ยเพิ่งวางโทรศัพจากมันเนี่ย มันบ่นว่ามันอยากคุยกับมืง ” ….
“ มืงรู้มั้ย ตอนที่มืงเดินเข้าไปร้องไห้ในห้องน้ำนะ ครีมมันยืนรอมืงหน้าห้องน้ำนะเว้ย ”
“ …………………….. ” ผมเงียบ
“ แล้วมืงจะทำยังไงต่อไปวะเบย์ ” แก้มมันถามผม
“ ทำใจดิวะ ” ผมตอบ
“ ไม่ๆ เอาดีๆซิวะ ต่อไปมืงกับครีมจะเป็นยังไงมืงไม่คิดเลยเหอ ” เออ ต่อไปผมจะมองหน้าเธอได้ยังไง
“ กุว่ามืงโทรไปหาครีมดีมั้ย ครีมมันบอกอยากคุยกับมืงพอดี ”
บางทีการที่จะได้ปรับความเข้าใจ อาจทำให้อะไรๆมันดีขึ้นก็ได้
“ อือ เดี๋ยวกุโทรไป ” ว่าแล้วผมก็ว่างสาย แล้วก็โทรไปหาครีม
“ ฮัลโหล ” ครีมพูด
“ ฮัลโหลครีมเหรอ เบย์พูดนะ ”
“ อือ เป็นไงบ้าง สบายใจรึยัง ” สบายใจกะผีไรละ(- -“)
“ อือ สบายดี แล้วครีมละ ”  ผมตอแหลเธอหน้าด้านๆ
“ อือ ก็สบายดี เอ่อ...เบย์ ”
“ เป็นเพื่อนกันเหอะนะ นะ นะ ” ครีมชัก.357 มายิงแสกหน้าผม

บรรยากาศเริ่มตรึงเครียดอีกครั้ง ผมรู้สึกราวกับโดนปืนจ่อขมับอยู่
ถ้าผมปฎิเสธเธอไป อะไรจะเกิดขึ้น
ถ้าผมตกลงเป็นเพื่อนกับเธอละ อะไรมันจะเกิดขึ้น
ถ้าสมมุติว่า คุณกำลังจะสูญเสียอะไรที่คุณรักมากๆคุณจะทำยังไง
เป็นผม ผมจะทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้เสียมันไป...
“ นะๆ เป็นเพื่อนกันนะ ” เธอเหนี่ยวไกทันที
“ เป็นอย่างอื่นได้มั้ย ? ” ผมถามเธอ
“…………...” เธอใช้เคล็ดวิชานิ่งสยบการเคลื่อนไหว
“ เป็นเพื่อนสนิทได้มั้ย ? ” ผมถามอีกครั้ง
“ อ้อ ได้ซิ ได้เลยๆ ” เธอรีบตอบอย่างรวดเร็ว
มันยากนะที่จะทำให้ความรู้สึก “รัก” แบบนี้
กลับกลายเปลี่ยนเป็นความรู้สึกดีๆที่เพื่อนจะมีให้กันได้
ผมชั่งใจตัวเองอยู่นาน ไม่แน่นะ มันอาจจะดีกว่าการได้แอบมองเธอไกลๆ โดนไม่เคยได้เปิดปากคุยกันเลยสักครั้ง
ถ้าเป็นเพื่อนกันแล้ว อาจจะได้รู้จักอะไรๆมากขึ้นก็ได้
“ ครีม เค้าขอโทษนะวันนั้นเค้าทำตัวเหมือนเด็กเลย ” เออซิ ผมมันเด็กนี่
“ เห็นเบย์วิ่งเข้าห้องน้ำไปอะ ก็เลยรีบตามไปดู ” ครีมพูด
“ อ่อ ไม่มีอะไรหรอก ตอนนี้สบายใจแล้ว ” โห ต่อยประตูเลือดสาดขนาดนั้นเนี่ยนะ
“ แฮปปี้รึยัง เบย์ ” ครีมถาม
“ อ่า แฮปปี้ๆ ” (- -“) ตอแหลอีกแระกู... “ เอ่อ แล้วต่อไปเค้าโทรหาได้มั้ย ”
“ อ่อ ได้ซิ เป็นเพื่อนสนิทกันแล้วนี่น่า ” ครีมพูด
วันนั้นเราคุยกันหลายเรื่อง ทั้งเรื่องที่ผมไม่เคยรู้ และเรื่องที่ครีมไม่เคยรู้

ดูเหมือนอะไรๆจะดีขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ผมก็ยังทำใจไม่ได้
คืนนั้นทั้งคืนผมก็ยังนอนร้องไห้อยู่...
อาทิตย์สุดท้ายใกล้ที่จะจบลงแล้ว...
สุดสัปดาห์นี้ผ่านไปอย่างมืดมน ใครล่ะจะสมหวังไปหมดทุกอย่าง
หมดหวัง แห้ว ท้อแท้ความรู้สึกเหล่านี้ผ่านเข้ามาในสมองผมนับครั้งไม่ถ้วน
เมื่อชายคนนึงได้ผ่านความรู้สึกเลวร้ายแบบนี้มาตลอดสุดสัปดาห์ย่อมทำให้แกร่งขึ้น
ผมพร้อมจะยอมรับความเป็นจริงจากครีม
ไม่ว่าจะร้ายหรือดีผมก็พร้อมจะเผชิญหน้ากับมันแล้ว
วันสุดท้ายในรั่วโรงเรียนมัธยมใกล้เข้ามา
เพื่อนๆต่างแลกกันเขียนสมุดฟรนด์ชิพอย่างสนุกสนาน
ผมงี้เขียนจนมือหงิกทีเดียว
ผมกับครีมเราเริ่มที่จะคุยกันมากขึ้น ทุกๆอย่างที่ผ่านเข้ามามันทำให้ผมมีความสุขอยู่เสมอ
ไม่ว่าวันนี้หรือว่าพรุ่งนี้เป็นอย่างไร
ครีมเธอก็จะยังคงเป็นนางฟ้าตัวน้อยที่น่ารักของผมตลอดไป
ผมแลกกระดาษเฟรนด์ชิพกับครีมเขียน
และแล้ววันสุดท้ายในรั่วโรงเรียนมัธยมก็มาถึง
ผมได้มอบกระดาษเฟรนด์ชิพคืนให้กับครีม ข้างในนั้นเป็นความรู้สึกทั้งหมดที่ผมมีต่อครีม
ถึงมันจะไม่มีคุณค่ากับเธอมากนัก แต่สำหรับผมมันมีค่ามหาศาลเลยทีเดียว
ผมเขียนเล่าตั้งแต่วินาทีแรกที่ผมหลังรักเธอ จนถึงวันที่ผมโดนเธอประหารชีวิต (- -“)
ผมเล่าเรื่องต่างๆให้เธอได้รู้
แต่ไม่ค่อยละเอียดเท่าไหร่ เพราะกระดาษที่เธอให้มานะ มันกระจ้อยร่อยซะเหลือเกิน

นับตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ ผ่านไปกี่วันแล้วนะ
ผมก็ยังไม่ได้อ่านเฟรนด์ชิพที่เธอเขียนเลย
ครีมเธอคงจะลืมมันไปแล้วละ..
จาก 1 วันเป็น 2 วัน 1เดือนกลายเป็น 1 ปี เวลาช่างผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน
ตอนนี้ครีมเธอคงมีความสุขอยู่ในที่ๆเธอต้องการแล้ว
ผมก็ยังคอยเป็นห่วงเธอยู่ตลอดเวลา
และผมก็ยังอยากที่จะเห็นหน้าเธออย่างที่เคยเห็นทุกๆวัน
ผมยังอยากที่จะโทรหาเธอ แม้ว่าเธอจะไม่รับโทรศัพท์ของผมแล้วก็ตาม
ผมยังคงคิดถึงเธออยู่ในทุกทุกวันที่ผมยังหายใจอยู่
ต่อจากนี้ในใจผมจะมีเพียงความทรงจำเกี่ยวกับเธอและไม่มีวันจางหาย...ตลอดกาล...
“ภูมิใจที่ได้ทำอะไรให้  เต็มใจแม้ใครจะว่าเพ้อเจ้อ
ดีใจที่ได้คอยห่วงใยใส่ใจเธอ สุขใจเสมอและจะมีเพียงเธอ.....ตลอดไป”
จนถึงตอนนี้เวลานี้.....ผมก็ยังคิดถึงเธออยู่
ผมรักเธอจากก้นบึ้งของหัวใจ
ครีม...นางฟ้าตัวน้อยของผม

 

- The End -

6月21日

• Love Story part2 •

This is a really good love story...but be warn it's really long but it's worth it

ตั้งแต่นั้นมาก็เริ่มมีการล้อเกิดขึ้นฮะ
แต่ไม่เป็นไรคับ ไม่ได้โดนคนเดียวซะหน่อย
ยังมีไอ้มีนเพื่อนรัก ที่โดนล้อเป็นเพื่อนผมอยู่ทุกวันๆ
ผมก็กลัวได้แต่คิดว่าถ้าครีมรู้แล้ว คงจะโกรธเราแน่ๆเลย
แย่แน่ๆเลย ต่อไปครีมต้องไม่คุยกับเราแน่เลย
น่าน...ว่าแล้วฮะ ผมสังหรณ์ใจอยู่แล้วว่าซักวันมันต้องเป็นอย่างนี้
ซักวันมันต้องเกิดเรื่องนี้ขึ้น
วันที่เธอจะต้องรู้ความจริง รู้ถึงความรู้สึกในใจของผม
แต่เธอคงไม่รู้หรอกว่า มันมากขนาดไหน
มันอธิบายไม่ถูกจริงๆ
ผ่านมาหลายวันแล้ว ดูครีมเธอแปลกไปมากๆ
ปรกติเดินผ่านกัน อย่างน้อยก็ยังมองบ้าง
ตั้งแต่เธอรู้ว่าผมแอบชอบเธอ ดูเธอจะเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลย
เดินผ่านผมก็เหมือนว่าเธอจะไม่เห็น
เดินไปเรียนเงี้ย เดินไปทางเดียวกันไม่ได้
ต้องไปคนละทาง...(- -“)
มันทำให้ผมรู้สึกว่า เหมือนมีอะไรมากั้นกลางระหว่างเราสองคน
จนทำให้ผมรู้สึกท้อแท้ในชีวิต
ทำไมนะ การที่ผู้ชายคนหนึ่ง พยายามจะดั้นด้นเข้าไปในหัวใจของคนที่ตัวเองรัก
มันถึงยากเย็นขนาดนี้...
.................................................................................

เธอคงจะเกลียดผมจริงๆ...
เกลียดคนที่หลอกลวง เสแสร้ง แกล้งทำเป็นเพื่อนที่ดีกับเธอเสมอมา
แต่ที่ทำไปทั้งหมดนั้น เธอจะรู้มั้ยว่า ผมทำด้วยความรู้สึกที่ห่วงใยเธอจริงๆ
หลายอาทิตย์ผ่านมาแล้ว
ท่าทางทางของครีม มันยิ่งทำให้ผมรู้สึกแย่ลงไปทุกวันๆ
เวลาที่เธอมองผ่านมา เธอก็จะมองทะลุผ่านผมไปราวกับว่าผมเป็นวิญญาณ
ไม่มีชีวิต ไม่มีตัวตน แหมอยากบอกให้ครีมเธอได้ยินนักว่า ถึงเป็นวิญญาณแต่ก็มีจิตใจเหมือนกัน
กีฬาประเพณีใกล้เข้ามาแล้ว ขณะที่จิตใจของผมอ่อนแอลงทุกทีๆ
เพื่อนในห้องก็สนิทกันมากแล้ว
สนิทถึงขนาดด่าพ่อล้อแม่กันได้ทีเดียว(โดนประจำอะ...)
ยิ่งอยู่ด้วยกันนานก็ยิ่งทำให้ผมสนิทกับเพื่อนของครีมมากขึ้นไปด้วย
อยู่มาวันหนึ่ง... “เฮ้ย!! ห่าเบย์มืงเป็นเชี่ยไรวะ” นิ่มกับแก้มถาม..
“ไม่เป็นไรนี่หว่า กูก็เป็นของกุอย่างงี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว” ฟอร์มพระเอกไว้ก่อน -- --“
“ อ่าวทีเมื่อก่อนร่าเริงนักนี่หว่า ด่ากูดุสิตๆ ” ดูๆมันพูด
“ ถ้าแอบชอบใครก็บอกพวกกุได้น๊า เผื่อกุช่วยได้ ” แสด แล้วใครละคาบข่าวไปบอกเค้า...
“ อ่าวเวง...แล้วใครละ เอาเรื่องกุไปเมาท์ ทีงี้อะทำมาปลอบ ” ชิ๊ช๊ะ!!
“ อ่อ เรื่องล้อนะพวกกุเบื่อแล้ววะ แต่ตอนนี้กุอยากช่วยเชียร์มืงวะ คงสนุกดีพิลึก ”
“ งะ กุเป็นของเล่นของพวกมืงตั้งแต่เมื่อไหร่ว๊า~า ”
“ ตั้งแต่เดี๋ยวนี้ไง รึจะไม่ให้ช่วย อิอิ ” งะ (- -“)
“ อะ จ้าๆ ” ยอมแพ้ก๊าบ
“ อ๊ะ ว่าง่ายอย่างงี้ค่อยน่ารักหน่อย อิอิ ”

หลังจากนั้นสองคนนี้ก็แอบช่วยผมมาตลอดอะ
“ เฮ้ย ไอ่เบย์เรื่องที่กุช่วยมืงอะ อย่าให้ครีมกับแป้งรู้นะเว้ย ”
“ อ่าว ทำไมละ ทำไมให้ยัยแป้งรู้ไม่ได้ ? ”
“ มืงนี่โง่จริงๆหรือว่าโง่มากๆวะ ” อ่าวแสด ด่ากุซะงั้น
“ ก็ครีมนะสนิทกับแป้งจะตาย ถ้าแป้งรู้ครีมก็ต้องรู้ดิ ”
“ แล้วคนที่จะโดนด่าก็คือ พวกกุสวยๆสองคนเนี่ย ” สวยบรรทัดไหนวะ
“ เออ แล้วกุต้องทำยังไงต่อไปวะเนี่ย  ”
“ โง่อีกแล้ว เวลามืงจีบสาวมืงทำไงละ ” เออ..ทำไงวะ ?
“ กุไม่รู้วะ บอกกุทีเดะ ? เปงมืง มืงจีบหนุ่มไงละ ”
“ ส่งSMSไปแม่งเลย เดี๋ยวแมร่งก็หวั่นไหวเข้าซักวันอะ ” เชี่ย แม่งเสี่ยวโคตรอะ
“ แล้วมืงจะทำรึไม่ทำ จะเชื่อกุมั้ยนิ ” แง่งๆ
หลังจากนั้นหลายวัน ผมก็ยังไม่กล้าที่จะส่งข้อความอะไรไปหาครีมเลย
และแล้วการกีฬาประเพณีก็เริ่มขึ้น
พรรคนักกีฬามารวมที่โรงเรียนตอน6โมงเช้า
ครบแล้วก็นั่งรถไปที่ศูนย์กีฬาธรรมศาสตร์รังสิต
ตลอดทางผมไม่ลุกไปไหนเลย เวลาหลายชั่วโมงทำให้คนอื่นเซ็งกันพอสมควร
แต่สำหรับผมแล้ว ทำไมรู้สึกว่ามันเร็วเหลือเกิน
เย้!!…มาถึงแล้ว เจ้าภาพตอนรับดีมากเลย เสร็จแล้วก็แยกย้ายเข้าที่พักตามชนิดของกีฬา
อ่อ..ลืมบอกไป ผมเล่นบาสเก็ตบอลครับ
หลังจากทานข้าวปลาอาหารเรียบร้อยแล้วก็เข้านอนกัน
หลายวันมาแล้วที่ผมไม่ได้เห็นหน้าเธอ คืนนี้ผมนอนไม่หลับเลย...

หลายวันมาแล้ว แต่ทำไมรู้สึกเวลามันผ่านไปช้าจังเลย
คิดถึงครีมจัง ป่านนี้เธอจะทำอะไรอยู่น๊า
อดคิดถึงไม่ได้อะ ไม่รู้จะทำยังไงดี
จะโทรไปก็ไม่กล้า เลยต้องใช้แผนของยัยนิ่มกับแก้ม
ใช้เวลาทำใจอยู่นานกว่าจะส่ง ข้อความก็ไม่มีอะไรมากมาย
ประมาณว่า ”คิดถึงนะ I miss u ” อะไรประมาณนี้
ผมจะส่งหาเธอก่อนนอนทุกวันทุกวัน
ปรกติแล้วผมเป็นคนที่ไม่ชอบทำอะไรซ้ำซาก จำเจ
แต่คราวนี้ไม่รู้ทำไมน๊า นานมากโขแล้วผมไม่เคยเบื่อที่จะส่งหาเธอเลย
จะโทรไปก็ไม่กล้า กลัวเธอจะโกรธ กลัวเธอจะว่า
เลยได้แต่แอบส่งSMSหาทุกวันทุกวัน
2 อาทิตย์ผ่านไปกีฬาประเพณีก็จบลง  พวกผมก็เดินทางกลับกัน
ขอบอกว่าเหนื่อยมากครับ อีก 2-3 วันเปิดเรียนแล้ว
คงต้องรีบหลับเอาแรง แต่ก็ไม่ลืมส่งSMSหาครีมน๊ะ อิอิ (><)
และแล้ววันที่ผมรอคอยก็มาถึง เย้!!! เปิดเรียนแล้ว อิอิ
ผมมาถึงห้องคนแรกเลยอะ ตั้งแต่ป้าที่ดูแลตึกยังไม่เปิดตึก
เข้าห้องไปปั๊ปผมก็จัดแจงขยับโต๊ะ กวาดพื้น ทำความสะอาดบริเวณที่ครีมเธอนั่ง
ต้องรีบทำให้เสร็จก่อนที่จะมีคนมาอะ โต๊ะคนอื่นจะสกปรกเท่าไหร่ช่างมัน แต่โต๊ะครีมต้องสะอาด อิอิ
ผมทำแบบนี้ประจำทุกเช้า เพราะเมื่อก่อนผมกระตือรือร้นที่จะมาโรงเรียนมาก
ภาพที่เพื่อนเห็นผมกวาดพื้นใต้โต๊ะของครีม ถ้าคนไหนมาโรงเรียนเช้า
คงเห็นจนชินตากันหมดแล้วแล้ว...

มันทำให้ผมรู้สึกห่วงใยเธออยู่ตลอดเวลา
เวลาที่เธอร้อนผมก็อยากจะหากระดาษมาทำเป็นพัดแล้วก็พัดให้เธอ
เวลาที่เธอหนาวผมก็อยากที่จะถอดเสื้อหนาวของผมคลุมให้เธอ
เวลาที่เธอตากฝนผมก็อยากจะใช้กระเป๋าผมเป็นร่มบังฝนให้เธอ
โดยที่ไม่คิดสนใจหนังสือที่อยู่ข้างในเลยว่ามันจะเปียกแค่ไหน
หรือแม้แต่เวลาที่เธอถูกอาจารย์ทำโทษ ผมก็อยากที่จะออกรับแทนเธอเสมอ
แต่ส่วนใหญ่จะมีแต่ผมอะที่โดนทำโทษเป็นประจำ (- -“)
เพื่อนๆผมมักจะถามผมเสมอว่าผมทำไมถึงต้องดีกับเธอขนาดนั้น
ใช่ครับผมรักเธอ รักเธอมาก...
แต่ทำไมนะไม่มีสักครั้งเลยที่ผมจะกล้าเอ่ยปากบอกเธอว่า “ผมรักเธอ”
ผมเอาแต่กลัวกลัวว่าหากเธอรู้เธออาจจะจากผมไป
ดูแต่ละคนที่เข้ามาจีบเธอ ล้วนแต่ไม่ใช้คนธรรมดาสามัญทั้งนั้น
แต่ครีมเธอเคยสนใจใครเลย...
ดูเหมือนชายในฝันของเธอคงจะต้องดีไปซะทุกอย่าง
สำหรับผม ผมขอแค่ได้อยู่ใกล้ใกล้เธอ ได้ทำอะไรเพื่อเธอ ได้เห็นเธอยิ้ม
เห็นเธอมีความสุข เท่านั้นมันก็มากพอแล้วสำหรับคนอย่างผม
และแล้ววันเวลาก็ผ่านไป ผ่านไปนานจนคนเขียนเริ่มจำไม่ได้ (- -“)
ผมแอบเป็นเทวดาประจำตัวของครีมมานานเหลือเกิน
ตอนนี้พวกเราก็มาถึงชั้น ม.6แล้วนี่ก็เป็นปีสุดท้ายในชั้นมัธยมแล้วสินะ ( แก่สุดแล้ว )
ทำไมนะเวลาเวลาที่เรามีความสุขมันมักจะผ่านไปอย่างรวดเร็วเสมอ

 

ถ้าจะนับจากวันแรกที่ผมแอบหลงรักเธอ
ตั้งแต่วันนั้นมาจนวันนี้ก็ย่างเข้าปีที่ 3 แล้ว
แต่ความรักที่ผมมีให้กับเธอมันไม่เคยลดน้อยลงไปเลย ตรงกันข้าม
มันมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
ต้นรักที่เธอได้ปลูกไว้ในใจผมอย่างไม่รู้ตัว
ตอนนี้มันดูเหมือนจะแผ่กิ่งก้านสาขาออกไปทุกอนูภาคของร่างกายผมเลยก็ว่าได้
ครีมเธอจะรู้บ้างไหมนะว่าผู้ชายคนหนึ่งที่ยืนเคียงข้างเธอเสมอมา
เขาแอบหลงรักเธอจนหมดหัวใจ.....
..............................................................................
หลังจากเปิดเทอม ม.6 ได้ซักพักกีฬาสีก็เริ่มขึ้น
อาจารย์ให้นักเรียนประชุมกันเองว่าจะจัดแบ่งกลุ่มสียังไง
ในที่สุดก็ได้ข้อสรุปกัน เราจะจัดแบ่งสีตามห้อง ห้องละสีเลย
เย้!! ได้อยู่กะครีมอีกแล้ว วู๊ว~ว!! (*.*)
แล้วผมก็ได้เป็นฝ่ายกีฬาไปโดยปริยาย พอถึงตอนเที่ยงก็ต้องมาเดินตามห้อง
หาตัวนักกีฬา แล้วชนิดกีฬาที่หาคนลงยากมากที่สุดก็เห็นจะเป็นว่ายน้ำไปซะทุกปี
ช่วงกีฬาสีจะมีประมาณ 2 อาทิตย์ แต่ 2 วันสุดท้ายจะแข่งว่ายนน้ำ กับกรีฑา
รวมไปถึงกีฬาอื่นๆในรอบชิงชนะเลิศ
ได้อยู่สีเดียวกะครีมนี่รู้สึกดีนะฮะ ครีมนี่ก็สเน่ห์แรงไม่เบาน๊า
น้องๆกรี๊ดกร๊าดกันตรึม ขอถ่ายรูปเป็นแถว
พอมาถึงวันแข่งว่ายน้ำ ผมมีแข่งระหว่างจังหวัด
เลยให้เพื่อนช่วยดูแลเรื่องต่างๆแทนให้

วันสุดท้ายแข่งกรีฑาผมมีแข่งบาสเก็ตบอลรอบชิงฮะ
ก่อนจะแข่งกรรมการจะให้เขียนรายชื่อนักกีฬา โค้ช ผู้จัดการทีมลงไปด้วย
ผมเห็นว่ามันใกล้แข่งแล้วคงไม่มีเวลาเขียนเอง เลยให้เพื่อนเขียนให้
ไอ้เพื่อนตัวดีมันหวังจะแกล้งผม ดันใส่ชื่อผู้จัดการทีมเป็นชื่อครีมซะงั้น (- -“)
มันคิดว่าว่าคงไม่ประกาศรายชื่อหรอกมั้ง...
วอร์มเสร็จแล้วกรรมการก็ให้นักกีฬาจับมือกัน
แต่วันนี้มันรอบชิง มันต้องประกาศรายชื่อนะเดะ
“ โค้ช ~*~  ” แล้วตอนประกาศรายชื่อนะ ที่สแตนด์มันประกวดเชียร์พอดี
ทั้งโรงยิมเงียบเหมือนป่าช้า... “ ผู้จัดการทีม ??????? ”
อ่าวเวง...ชื่อครีมนี่หว่าซวยแล้วมั้ยละกุ ทั้งโรงยิมฮือฮาทันที
เพื่อนทุกคนหันมามองหน้าผม “ เฮ้ย กุเปล่าทำนะเว้ย ”
งะ แล้วผมดีใจหรือเสียใจดีละเนี่ย (- -“)
โห โดนโกรธเข้าแบบเต็มที่แน่ๆเลยเรา เวงแล้วมั้ยละไอ้พื่อนตัวดี โลกสีชมพูของกุกลายเป็นสีดำทันที
หลังจากกีฬาสีเสร็จแล้ว ทุกคนทั้งเหนื่อย ทั้งเมื่อย ล้า
ในห้องทั้งห้องกลายเป็นห้องนอนไปซะแล้ว
ขนาดครีมที่ว่าผมไม่เคยเห็นเธอหลับในห้องเรียนเลย
มาวันนี้ได้เห็นซะแล้ว น่ารักด้วยละเออ (>.<) อายๆ
เทอมแรกของม.6ใกล้จะจบลงไปแล้ว
พูดได้เลยว่าชีวิตแต่ละวันของผมนะ มีความสุขมาก
แม้จะได้แค่แอบมองเธออยู่ในมุมที่เธอไม่สนใจอย่างนี้ แต่แค่นี้ผมก็มีความสุขแล้ว
ผมรู้สึกเหมือนกับว่ามาโรงเรียนแต่ละวันแต่ละวันนะ ผมตั้งใจมาหาครีมเท่านั้น

วิชาดาราศาสตร์ปิดคอร์สลงไปแล้ว
อ.เทียนชัยจะพาห้องเราไปเข้าค่ายดูดาวกันที่เขื่อนอุบลรัตน์
ผมก็แอบลุ้นอยู่ว่าครีมเธอจะได้ไปรึเปล่า
เหมือผมมีลางสังหารณ์ว่าเธอคงไม่ไปด้วยชัวร์เลย
จนมาถึงวันเดินทาง โอ๊ว!! เยี่ยมไปเลยครีมมาด้วยอะ
แต่ยัยแป้งจอมโหดไม่ยักกะมาด้วยเลย
นั่งรถมาประมาณชั่วโมงนึง เราก็ถึงที่พัก
เป็นที่พักรับรองของพวกป่าไม้ ไว้รับรองแขกต่างๆ
แบ่งที่พักเป็น 2 โซน ผู้ชายพักเป็นหลังๆไปหลังละ 3-4 คน ผู้หญิงพักรวมกันที่บ้านหลังใหญ่
เก็บของกันเสร็จสรรพพวกผู้ชายก็เล่นปืนอัดลมกันอย่างสนุกสนาน ( เล่นอย่างกะเด็กเลย แต่เราก็เล่น…เหอๆ )
ทางผู้หญิงก็เดินถ่ายรูปกันไปเรื่อย
จนถึงเย็น ก็ทานข้าวกัน แล้วก็ออกไปดูดาวกัน
อาจารย์ก็แนะนำตำแหน่ง และ เส้นทางของดวงดาวกันไปตามเรื่อง
จนดึกมากๆซักตี 2 กว่าอาจารย์ก็ให้แยกย้ายกันไปนอน
พวกเพื่อนเลยชวนกันไปเล่นไพ่ที่ตึกของพวกผู้หญิง
ผมก็ไปนั่งเล่นดูพวกไอ้มีน มาร์ค กะ ไอ่โอ๊คเล่นไป
นั่งไปได้ซักพักชักดึกแฮะ ง่วงอะ หลับเลยฉาน หลับมันทั้งที่นั่งอยู่โซฟางั้นแหละ
รู้สึกตัวตื่นอีกทีก็ตอนที่ได้ยินเสียงโว้ยวายกัน
พอผมตั้งสติภาพที่ผมเห็นคือ เพื่อนกำลังพยุงครีมเข้าไปในห้อง ครีมเป็นอะไรน๊า
ตอนนั้นผมทำไรไม่ค่อยถูกอะ จะเข้าไปช่วยก็ดูแปลกๆอะ ขนาดคุยกันยังไม่ค่อยจะคุยเลย
เข้าไปแล้วกลัวโดนด่าว่าเสร่ออะ (- -“)

ไอ้เราก็ห่วงมากมายนี่หว่า อยากรู้ว่าเป็นอะไร เลยแอบส่องเข้าไปที่ร่องประตู
งะ!! ครีมเธอมองมาพอดีเลย ซวยเลยฉาน (- -“)
โดนรู้ว่าแอบมองจากร่องประตู อายมั้ยเนี่ย เสียฟอร์มโคตรอะ
ถามไปถามมาก็จับความได้ว่านิ่มกับแก้มมันออกไปเล่นข้างนอกอะ
แล้วเวลาหนาวมากๆมันจะมีไอออกมาจากปากช่ายปะ ( เด็กผมชอบเล่น อิอิ )
ยัยสองตัวนี้มันตื่นเต้นมาก เลยไปเรียกครีมกับเพื่อนๆออกมาเล่น
ด้วยความไร้เดียงสาเธอก็ออกมาเล่นควันตามคำชวนของยัยสองตัวนี่
แล้วก็เดินหกล้ม เข้าแตก (- -“) จะสมน้ำหน้ารึสงสารดีละเนี่ย
ซักพักเพื่อนก็เปิดประตูออกมา “ ใครมีแอลกอฮอลล้างแผลมั่ง ”
งะ ผมไม่มีก๊าบ แล้วก็ไม่มีใครเอามาเลยซักคน
ถามเสร็จสรรพไม่มีใครมี มันก็กลับเข้าไปในห้อง (- -“)
ผมในฐานะบอร์ดี้การ์ดก็เลยต้องออกไปหาแอลกอฮอล กับ อุปกรณ์ทำแผลมาให้ครีม
อารมณ์นั้นไม่เรียกใครเลยนะ เดินดุ่มๆออกไปคนเดียวเลย
กลางป่ากลางเขาอย่างงี้ จะไปหามาจากไหนว๊า นี่ก็ดึกมากแล้ว
ดันออกมาคนเดียวอีก กลัวนะครับไม่ใช่ไม่กลัว ผี อะ แต่ผมเป็นห่วงครีมมากกว่า
เกิดแผลติดเชื้อขึ้นมา จะหายยาก ไม่แน่อาจจะเป็นรอยแผลเป็นก็ได้
ผมก็เดินไปที่สหกรณ์ (- -“) ลืมนึกไปดึกป่านนี้สหกรณ์ที่ไหนจะเปิดวะ
แล้วก็เดินวนไปวนมา ทำไงดีน้า มองไปไกลๆเห็นกองไฟอยู่เลยเดินไปหา
ปรกฎว่าเป็นอาจารย์กับพวกที่มาบรรยายตั้งวงดินเหล้ากันอยู่ (- -“)
“ เอ่อ อาจารย์คับ เพื่อนผมเค้าหกล้มอะคับ เข่าเป็นแผลเลย พอมียาไรมั้ยคับ ” ดูๆแล้วคงเริ่มเมาได้ที่แล้วละ
“ ไม่มีหรอกเอ้า เอาไอ้นี่แทน ” อาจารย์พูดพร้อมกับหยิบโซดาให้ขวดนึง (- -“)

“ งะอาจารย์มันจะล้างได้เหรอคับ ” ผมยังงงกับอาจารย์
“ เออน่า เอาไปเหอะ น้ำเหมือนกันทำไมจะล้างไม่ได้ ” กำ เอาก็เอาวะ
ปรากฏว่า ภารกิจนี้ล้มเหลวอย่างแรง ได้โซดากลับมา 1 ขวดไว้ดูต่างหน้า
ผมวิ่งฝ่าความมืดกลับมาตึกผู้หญิง เหนื่อยโคตรอะ
แต่จะให้เพื่อนรู้ว่าเหนื่อยไม่ได้อะ เดี๋ยวรู้ว่าวิ่งมาเพราะกลัวผี (- -“)
ยิ่งไอ้มีนกะไอ้โอ๊คด้วยแล้วเนี่ยไม่ได้เลย โดนล้อโคตรอะ
ผมรีบวางขวดโซดาไว้หน้าตึก ขืนเดินถือขวดโซดาเข้าไปอายตายห่าเลย
“ เฮ้ย!! ครีมเป็นไงมั่งวะ ” ผมถามไอ้มีน
“ กุว่าไม่เป้นไรหรอก แค่สะดุดล้มเข้าถลอกธรรมดา แล้วนี่มืงไปไหนมาวะ ”
“ อ่อ กุไปเข้าห้องน้ำวะ ” ตอแหลแมร่งเลย (- -“)
เกิดมันรู้ว่าออกไปหายามาให้ครีม มีหวังโดนล้ออีกชัวร์ ขอใช้ชีวิตสงบๆอย่างงี้แหละดีแล้ว
พวกมันก็นั่งเล่นไพ่ต่อไปโดยไม่มีท่าทีจะสนใจเลยว่าครีมจะเป็นยังไง
ซักพักนิ่มมันก็เดินออกมาจากห้อง
“ เฮ้ยนิ่ม ครีมเป็นไงมั่งวะ ” ผมถามด้วยความเป็นห่วง
“มืงอยากรู้มืงก็เข้าไปดูเองดิ ” มันพูด
“ กุจะกล้าเข้าไปได้ไงละ ห้องนอนผู้หญิงนะมืง ” จะกล้าให้เค้าเห็นหน้าได้ไง เสียฟอร์มซะขนาดนั้น (- -“)
“ เออ งั้นมืงก็อยู่ข้างนอกนี่แหละ เดี๋ยวเพื่อนกุจะเป็นอันตรายมากกว่าเดิม อิอิ ” พูดเสร็จมันหัวเราะแล้วเดินไป
“ เฮ้ย เมื่อไหร่พวกมืงจะกลับวะ กุง่วงแล้วนะนิ ” ผมง่วงอย่างแรงอะ
“ มืงก็ไปนอนก่อนดิ กุจะเล่นต่อ ” อ่าว เป็นเพื่อนที่ดีจังนะมืงนะ
“ ไม่เป็นไรกุรอพวกมืงก็ได้ ” จริงแล้วไม่กล้าเดินกลับคนเดียวอะกลัวผี
“ เบย์มืงไปนอนห้องนั้นก็ได้นี่หว่า ไม่มีคนนอน ” แก้มมันพูดพร้อมกับชี้นิ้วไปห้องเล็กข้างๆ

“ ให้กุนอนคนเดียวเกิดดึกๆมาพวกมืงมาปล้ำกุทำไงวะ ”
“ ห่าบ๊วย กุไม่ตาบอดขนาดนั้นเฟ้ย ” นิ่มพูด
เพื่อนๆเรียกผมอีกอย่างว่า “ บ๊วย ” ยัยแป้งนี่ต้นคิดเลย
คงเป็นเพราะผมใส่เหล็กดัดฟันมั้ง เวลายิ้มมันดูแหยงๆอะ
เพื่อนมันเลยบอกว่าเวลายิ้มเหมือนคนอมบ๊วย
“ เออ มืงไปนอนเลย เด๋วกุไปนอนเป็นเพื่อนมืงก็ได้ ” ไอ้มีนพูด ( เออ เพื่อนแท้มันต้องอย่างงี้ )
แล้วผมก็ไปนอนห้องข้างๆ
ตื่นเช้ามาก็ทานข้าวเช้ากัน แล้วก็เดินทางกลับบ้านเลย
เราทั้งเรียนทั้งเล่นกันมานาน...
จนในที่สุดเวลาในช่วงมัธยมของเราก็ใกล้ถึงจุดสุดท้ายเต็มที เรากำลังที่จะEnt
ตลอดเวลาที่ผมอยู่ใกล้เธอ ความผูกพันมันจะมากขึ้นเสมอๆ
แต่ทั้งหมดเป็นการคิดไปเองฝ่ายเดียวเสมอ ครีมเธอก็ยังเห็นผมเป็นเพื่อนอยู่เสมอ
หลายคนเริ่มอ่านหนังสือแล้ว ในขณะที่ผมวุ่นอยู่กับการทำของที่ระลึกวันปัจฉิม
งานปัจฉิมปีนี้จัดขึ้นในวันที่ 13 ก.พ. ใกล้กับวันเกิดของครีมมาก
เป็นเรื่องยากมากสำหรับผู้ชายธรรมดาคนหนึ่ง ซึ่งไม่เคยทำของขวัญอะไรให้กับใครเลย
สำหรับวันปัจฉิม ผมซื้อพวกกุญแจ พร้อมกับจี้ที่แยกกันต่างหาก อย่างละ 200 อันมาประกอบเข้าด้วยกัน
สำหรับครีมผมไปซื้อนาฬิกาแขวนแบบปลุกได้มา เพราะผมรู้ว่าครีมเธอเป็นคนตื่นสาย
เผื่อเธอได้นาฬิกาที่ผมทำให้ไปเธอคงตื่นเช้าขึ้นบ้าง (^.^)
ผมเอานาฬิกามาแกะหน้าปัดออก ผมจะเอารูปของครีมที่สะสมมาทั้งชีวิตติดลงไปที่หน้าปัด
ใช้เวลาเลือกรูปและปรับแต่งภาพอยู่นานกว่าจะเสร็จ แล้วก็ไม่ลืมที่จะใส่รูปบ๊วย
สัญลักษณ์แทนตัวผมลงไปด้วย... ^^

 โปรดติดตามต่อ Part 3 จ้า

6月7日

• Love Story part1 •

This is a really good love story...but be warn it's really long but it's worth it

ผมได้รู้จักกับเธอครั้งแรกก็ตอนประมาณ ป.5-6
เราอยู่คนล่ะกลุ่มกัน เธออยู่กลุ่ม 1 ส่วนผมอยู่กลุ่ม 2
ตอนนั้นผมไม่ได้สนใจเธอเลย คงเป็นเพราะอยู่คนล่ะกลุ่มกันมั้ง
เลยไม่ค่อยได้รู้จักกันเท่าไหร่ ผมยังล้อเธอว่ากู๊ฟฟี่อยู่เลย เพราะตอนเด็กๆน่ะเธอฟันไม่สวยล่ะ...
พอขึ้น ม.ต้น เราได้อยู่คนล่ะห้องกัน แต่ห้องของเราก็ติดกันน่ะ
ขึ้นมา ม.ต้น เธอใส่เหล็กดัดฟันด้วยล่ะ น่ารักเชียวล่ะ แต่ผมก็ยังเห็นเธอเป็นแค่เพื่อนคนนึง
ครีมเค้าเป็นคนน่ารัก พูดน้อย ดูท่าทางเป็นคุณหนูเอามากๆเลย
เธอเป็นเพื่อนสนิทกับแป้ง ไม่รู้ว่ามาสนิทกันได้ยังไง
ดูๆแล้วนิสัยต่างกันคนล่ะโลกเลย
ยัยแป้งมันออกเป็นคนห้าวๆ  แต่ว่ามันก็เป็นคนน่ารักเหมือนกันน่ะ
แต่ด้วยดีกรีความโหดเหี้ยมของมัน ที่เวลาหนุ่มคนไหนมาจีบ
ต้องโดนมันด่าถึงพ่อถึงแม่กลับไปนอนร้องไห้ทุกราย
ทำให้ยิ่งเวลาผ่านไปเท่าไหร่ คนที่มาจีบมันก็ยิ่งลดน้อยลงไปทุกทีๆ...
...ช่วง ม.ต้นคงเป็นช่วงเวลาที่ผมทำตัวเหลวแหลกสุดๆแล้ว
โดนเรียนเป็นว่าเล่น...เล่นเกมส์ทุกวัน
ทั้งซ้อมกีฬาทุกวันๆ การบ้านไม่ทำ + ไม่ส่ง
เรียนไม่มา กีฬาไม่ขาด
จนเกรด ตกต่ำ ย่ำแย่ถึงขนาด กินไข่เป็นโหลๆ 2 เทอมติดกันเลย
พอมาเทอมสุดท้ายเลยพยายามเข้าเรียนมั่ง
ให้เพื่อนทำการบ้านให้มั่ง (บังคับ)
จนเกรดดีขึ้นบ้าง ทำให้ขึ้นม.ปลายต่อได้

ขึ้น ม.ปลาย ผมก็ได้มาอยู่ห้อง 5
....เปิดเรียนวันแรก ทุกคนพยายามตื่นเช้าเพื่อที่จะมาเลือกโต๊ะมุมที่ตัวเองถูกใจมากที่สุด
ผมก็เป็นคนนึงเหมือนกันที่พยายามตื่นให้เช้าที่สุด...
เข้าแถวช่วงเช้าเรียบร้อยแล้วเราก็เข้าห้องกัน
อาจารย์ก็เริ่มแนะนำตัวเอง และให้นักเรียนทั้งเก่าทั้งใหม่ในห้องแนะนำตัวเอง
ขณะที่กำลังแนะนำตัวกันอยู่ก็มีเสียงเล็กๆดังขึ้น
“ อาจารย์ ขออนุญาตเข้าห้องค่ะ ” ผมรีบหันไปตามเสียงนั้นทันที
อ้อ!! ครีม นี่เอง ดูเธอน่ารักกว่าตอน ม.ต้น เป็นกองเลย
แต่ดูท่าทางเธอจะเป็นคนตื่นสายน่าดู
มันรู้สึกขัดแย้งยังไงไม่รู้ดิ น่ารักโคด ดันตื่นสาย
ในห้องนี้ครีมเค้าไม่มีเพื่อนสนิทเลยซักคนเดียว ที่เห็นๆก็มีแต่เพื่อนเก่าจากห้องเดิม
แต่ดูๆไป ก็ไม่ได้สนิทอะไรมากมาย
เวลาเที่ยงทุกวัน ครีมเธอก็จะเดินไปหาเพื่อนที่ห้องนู้นบ้างห้องนี้บ้าง
บางวันเพื่อนเรียนยังไม่เสร็จ อาจารย์ปล่อยช้า ก็ต้องมานั่งรออยู่คนเดียว
ดูเธอเป็นเศร้าๆยังไม่ไม่รู้ เวลาว่างผมก็พยายามชวนเธอคุยเรื่องต่างๆนาๆ
แต่เธอก็ไม่ค่อยรับไมตรีจากผมซักเท่าไหร่เลย...
ที่บ้านผมทำขนมผมก็จะเอามาให้เพื่อนๆในห้องทานกัน
แต่มีคนเดียวที่ไม่ทาน คือครีม
เธอไม่เค๊ยไม่เคยจะตอบรับไมตรีจากผมเล๊ย ให้ตายซิ!!
เวลาชวนคุย ผมถามคำ เธอก็ตอบคำ
ผมก็ได้แต่คิดว่าเธอคงยังไม่รู้จักผมดีเท่าไหร่เธอก็เลยยังอึดอัดไม่กล้าที่จะคุยกับผม
ผมเองก็พยายามทำตัวให้เป็นตัวของตัวเองมากที่สุด เธอจะได้รู้จักผมดียิ่งขึ้น

วันนี้เรียนแนะแนว อาจารย์ให้เขียนชื่อของตัวเองลงในกระดาษ
แล้วส่งไปเรื่อยๆเป็นวงกลม ให้เขียนความในใจลงไปในกระดาษ
ผมคิดไว้ว่าครีมคงไม่เขียนให้ผมแน่ๆ ผมได้กระดาษของเธอมา
ผมเขียนเลยลงไปว่า “ เงียบดีน่ะเธอนี่ ” (นี่แนะ...เงียบดีนัก)
แต่สิ่งที่ผมคิด มันผิดถนัด “ นิสัยดีน่ะ ชวนเรากินขนมบ่อยๆ ”...
เธอเขียนกระดาษของผมด้วย...กำ!!
ดันไปบ่นว่าเธอเงียบซะนี่ ครีมเค้าจะว่าไงเนี่ย....
เวลามันผ่านไปเร็วเหมือนนั่งเครื่องบินไอพ่นจากขอนแก่นไปอุดร
ผมกำลังจะขึ้น ม.5 แล้ว นี่ก็กำลังจะสอบปลายภาค
พวกเพื่อนๆก็เริ่มเตรียมตัวเรื่องเลือกตั้งกรรมการนักเรียนกันแล้ว
ตัวผมเองยังไม่มีพรรคจะอยู่เลย...
พยายามหาอยู่นาน ในที่สุดก็มี ไม่รู้อยู่กลุ่มเดียวกับครีมได้ไง (- -“)
แต่ก็ดูเหมือนจะทำให้เราได้สนิทกันมากขึ้น
แล้ววันสำคัญของผมก็มาถึง วันที่ผมเผลอใจไปรักครีมเข้าจนได้...
วันนั้นเป็นวันที่ทุกคนในพรรคต้องไปประชุมที่บ้านของครีม
ผมไปถึงบ้านของครีมตอนประมาณ 4 โมงเช้า เกือบจะ5โมงแล้ว
โทรหาเพื่อนก็กำลังเรียนพิเศษกันหมดเลย
ผมรออยู่หน้าบ้านเธอนานพอสมควร จน 5 โมงกว่า ใกล้เที่ยงแล้ว
อากาศก็ร้อนสุดทน ผมเลยตัดสินใจเดินเข้าไปหน้าตาเฉยเลย

เดินเข้าไปถึงหน้าประตู ก็เจอพี่เลี้ยงของครีม
“ น้องครีมหลับอยู่ เดี๋ยวไปเรียกให้น่ะ ” อุ๊!!แม่เจ้า นี่จะเที่ยงแล้วน่ะ ทำไมเจ๊แกยังไม่ตื่นอีก
ผู้หญิงอะไร น่ารักโคดๆ แต่นอนกินบ้านกินเมืองจริง(- -“)
นั่งรอไปได้ซักพัก ครีมก็เปิดประตูออกมา
“ อ้าว มาแล้วเหรอ...เดี๋ยวรอแปบนึง ” พระเจ้า!!จอร์จ เธอใส่ชุดนอนออกมา
หน้าตากำลังงัวเงียทีเดียว แต่น่ารักชิบ น่ารักโคตรๆอะ(>.<)หวั่นไหวๆ
แบบ...ไม่รู้ไงน่ะ มันบรรยายไม่ถูกว่ะ โดนอ่ะ...
คนไหนที่เคยเจอมาแล้ว คงจะเข้าใจผมน่ะ แบบว่าใช่เลยอ่ะ
รู้สึกกว่าเธอคนเนี้ยมีค่าพอที่เราดูแล เธอดูบอบบางมากๆ
เหมือนลูกแมวน้อยๆน่ารัก เธอมีค่าพอที่ผมยกหัวใจทั้งหมดให้เธอได้เลย...
ไม่ก่อนหน้านี้กุไม่สนใจว่ะ...ทั้งที่อยู่ห้องเดียวกันมาตั้งแต่ประถมแท้ๆ
ทำไมกุเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ตั้งหลายปีว่ะ...
เธอเปิดประตูออกมาให้ผมอึ้งไปพักนึง
แล้วเธอก็กลับเข้าไป ปล่อยให้ผมอึ้งกิมกี่ คิดเพ้อเจ้อไปเรื่อยเปื่อย
ระหว่างที่กำลังเพ้ออยู่นั้น ผมไม่รู้หรอกว่าเวลามันผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว
“ เบย์..! เหม่ออะไรอยู่คนเดียว ” ครีมเดินออกมาจากประตูในสภาพที่ดูเป็นผู้เป็นคนแล้ว
“ อ่ะ ปะ..เปล่าๆ ไม่มีอะไร ” ผมตอบสะเปะสะปะไปเรื่อย
“ รอเพื่อนๆมากันครบๆก่อนล่ะกันเนอะ ” ยิ้มหวาน.....น่ารักโคด
“ อะ....อือๆ ” อึ้งอ่ะ...หวั่นไหว~  (>.<)
ผมก็นั่งไปเรื่อยๆ  “ ทานรอไปก่อนน่ะ เค้าทำเอง ” คุกกี้นี่หว่า โอ้ว!! แม่ศรีเรือน!!
ทำไมเธอเป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์อย่างนี้น่ะ ผมเผลอใจรักเธอไปแบบเต็มเปาแล้วล่ะ

วันทั้งวันของวันนี้ ผมมีความสุขที่สุดเลย...กลับมาบ้านก็ยังหุบยิ้มไม่ลงซักที
ได้แต่นอนบิดไปบิดมา เพ้อถึงหน้าหวานๆของเธอทั้งคืน (>.<)...อายๆ
หลายวันผ่านไป...เราก็ยังต้องไปทำงานที่บ้านของครีมเหมือนเดิม
มาพักหลังนี้ งานก็เริ่มที่จะมีมากขึ้น หนักขึ้น เราก็ต้องนอนดึกกันมากขึ้น
ผมน่ะเป็นห่วงเธอจิงๆเลย กลัวว่าเธอจะหิว จะเหนื่อย จะไม่สบาย
แล้วก็เกรงใจคนที่บ้านเธอจัง เพราะว่ากลับก็ดึกๆดื่นๆทุกคืนเลย...(- -“ )
จริงๆน่ะ ผมจะกลับตอนไหนก็ได้หรอก แต่สงสารเธอน่ะ
ก็เพื่อนผู้หญิงของเธอเล่นหนีกลับไปตั้งแต่แรกกันหมด
ที่เหลืออยู่ก็เห็นจะมีแต่ผู้ชาย กับกระเทย ผมก็เลยอยู่เป็นพื่อนเธอทุกๆวัน(เย้ๆๆ........)
หลายวันมานี้ ดูเหมือนทำให้เธอรู้จักผมดีขึ้น แต่ไม่เลย....
เธอยังคงไม่รู้  ไม่เข้าใจ ไม่สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงไปของตัวผม
ทั้งทีปากผมอยากจะบอกให้เธอรู้เหลือเกินว่า...ผมรักเธอมากขนาดไหน
แต่...ผมไม่เคยเลยที่จะพูดออกไป ผมได้กลัวว่าถ้าผมพูดออกไปแล้วผมจะต้องเสียเธอไป ...
ถ้าผมพูดออกไป ผมก็คงเป็นเหมือนผู้ชายทั่วๆไป ที่เธอปฏิเสธมานักต่อนัก
ผมเลยทำได้เพียงแค่ซ่อนความรู้สึกของผมไว้....ข้างในซอกหลืบของคำว่าเพื่อน...
ทุกครั้งที่ได้ใกล้กัน ผมอดไม่ได้ที่จะต้องแอบมองใบหน้าหวานๆของเธอ
บางครั้งที่ผมมองแล้วครีมเธอหันมาสบตาเข้าพอดี
เธอก็จะยิ้มให้เสมือนว่าผมเป็นเพื่อนที่ดีคนนึง...
ครีมเธอจะรู้บ้างรึเปล่าน่ะ...ว่ามีหนึ่งชีวิต
ได้แต่แอบมองเธออย่างมีความสุข อยู่ในมุมมุมหนึ่งที่เธอไม่เคยจะได้สัมผัสเลย...
...............................................................................................

แล้ววันเลือกตั้งก็มาถึง มีพรรคลงสมัครรับเลือกตั้งทั้งหมด4พรรค
เพื่อนๆผมก็กระจายกันไปตามพรรคต่างๆ
ช่วงเช้านักเรียนก็ต้องไปหย่อนบัตรลงคะแนนตามสถานที่ที่จัดให้
ช่วงเย็นก็นับคะแนนกัน เริมนับจากชั้น ม.6 ก่อน
คะแนนพรรคผมนำโด่งเลยคับ
มา ม.5 คะแนนพรรคผมก็นำอีก ม.4 ก็ด้วย
เห็นคะแนนนำอย่างนี้ ผมก็คิดว่าพรรคของผมคงได้แน่ๆแล้ว
เพื่อนผมพรรคอื่นมันก็หน้าเสียกันหมดเลย
ทำไงล่ะทีนี้ เพื่อนกัน เห็นเพื่อนเป็นอย่างนี้แล้วไม่สบายใจอ่ะ
ก็เลยแยกตัวออกมา ไปนั่งกับเพื่อนพรรคอื่น
“โอ้ย!! ไม่เห็นอยากเป็นเลยกรรมการนักเรียนน่ะ เหนื่อยก็เหนื่อยๆ”
ผมไม่รู้จะพูดอะไรอ่ะ เลยพยายามพูดให้เพื่อนมันไม่รู้สึกซีเรียสกัน
แต่พอมารู้สึกตัวอีกที ฝ่ายที่ซีเรียส ดูจะเป็นทางพรรคของผมมากกว่า
ผมหันไปมองป้ายคะแนน โอ๊ว!! โดนนำตั้งแต่ตอนไหนวะเนี่ย
นั่งลุ้นอยู่นาน คะแนนเค้าเริ่มทิ้งห่างขึ้นเรื่อยๆ
นับคะแนนเสร็จ ฝ่ายที่ดีใจกลับกลายเป็นฝ่ายเพื่อนๆพรรคอื่น
ไม่รู้ซิ ... อาทิตย์นั้นทั้งอาทิตย์ผมรู้สึกไม่ดีอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
ผมรู้สึกว่ากำลังโดนดูถูกจากคนรอบข้าง เอ่อ..ช่างมันเถอะ อาจคิดไปเองก็ได้...
อีกไม่กี่อาทิตย์ก็จะปิดเทอมแล้ว แต่ในใจก็ยังวุ่นวายอยู่กับการตัดสินใจย้ายห้องอยู่
ผมกลัวว่าถ้าย้ายห้องไปแล้วผมจะไม่ได้อยู่ใกล้เธออีก
เวลานี้ผมต้องตัดสินใจแล้วละ...

ในที่สุดผมก็ตัดสินใจย้ายห้อง จากสายวิทย์-คณิต มาเรียนศิลป์-คำนวณ
ผมใช่เวลานานมาก กว่าจะตัดสินใจย้ายมาอยู่สายศิลป์
แต่อาจเป็นโชคดีของผมก็ได้ เพราะครีมเธอก็ย้ายมาเช่นกัน
ทุกอย่างยังเหมือนเดิมเกือบอาทิตย์ตั้งแต่ย้ายมาจากสายวิทย์
ผมกลายเป็นคนที่เพ้อฝัน แค่ได้อยู่ใกล้เธอก็พอใจ
กลายเป็นคนที่รอเก้อเหมือนหนังสือที่เธอไม่คิดจะหยิบขึ้นมาอ่าน
ครีมเธอช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย ทั้งที่สายตาของผมมันบอกเธออยู่ทุกวันๆ
ว่าผมมันคิดอะไรไปไกล กว่าแค่เพื่อนกัน
การที่ผมย้ายห้องมาเนี่ย มันทำให้ผมรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก
อาจเป็นเพราะตั้งแต่ย้ายมาแล้ว มีเพื่อนที่ถูกใจ เข้ากันได้หลายคน
เพื่อนที่ห้องนี้นิสัยดีกันมาก ไม่ถึงอาทิตย์ผมก็สนิทกัน
แต่ในกลุ่มที่ซี้ปึ๊กกันจริงๆก็คงมีแค่
 ไอ้มาร์คที่ชอบโม้ให้ฟังตลอดว่าพ่อของมันเป็นเพื่อนกับพ่อของครีม
ไอ้โอ๊คแว่น ไอ่นี่บ้านมันทำโรงสีแต่แม่งขี้ตืดที่สุดในกลุ่ม (- -“)
ไอ้เกมแป้งชอบด่ามันว่าไอ้ไฝ เป็นที่น่าน้อยอกน้อยใจอย่างมาก(สงสารๆ)
ไอ้แดน ไอ้นี่บ้านอยู่ใกล้ๆกัน ดูไกลๆคล้ายแดนD2Bเพราะดำเหมือนกัน
คนสุดท้ายนี่ไอ้มีนเพื่อนคนพิเศษ ที่บอกว่ามันเป็นคนพิเศษนี่อย่าคิดมาก
ไม่ใช่ว่าผมเป็นเกย์นะ แต่เพราะมันเป็นคนที่นิสัยเข้ากับผมได้มากที่สุดแล้ว เฮฮาปาร์ตี้ตลอด
และที่สำคัญ มันชอบยัยแป้งเพื่อนของครีมละ (แหมไม่กลัวโดนด่าวุ้ย)
อ้อ!! ลืมบอกไป ยังแป้งก็ย้ายมาสายศิลป์เหมือนกันละ
แหม คราวนี้ครีมจะได้ไม่ต้องทนเหงาอยู่คนเดียวซะที่นะ

เพื่อนสนิทของครีม ส่วนใหญ่
ก็เป็นเพื่อนๆในห้องเก่าของเธอสมัยม.ต้นซะเป็นส่วนใหญ่
ที่เห็นสนิทกันที่สุดก็คงมียัยแป้งยัยนี่ไม่ต้องพูดถึงเรื่องความโหด
ยัยแก้มที่แก้มของเธอเป็นจุดเด่นกว่าอย่างอื่นบนใบหน้าเสมอ
และที่ขาดไม่ได้อีกคน นิ่ม ผู้หญิงที่หน้าตาเหมือนดุสิต เฉลิมแสง แบคขวาทีมชาติไทยที่สุดในโลก
เพื่อนห้องนี้แต่ก่อนมี 20 กว่าคนเท่านั้น
ตั้งแต่ขึ้น ม.5 มา ทำให้สมาชิกในห้องเพิ่มมาอีกเป็นเท่าตัว
หลายอาทิตย์ผ่านมา ผมเริ่มสนิท เริ่มคุ้นเคย เริ่มที่จะเรียนรู้นิสัยของเพื่อนใหม่
ผมพยายามเปลี่ยนแปลงตนเองให้เข้ากับเพื่อนใหม่
แต่สิ่งหนึ่งที่ผมไม่คิดจะเปลี่ยนแปลงหรือรู้สึกได้น้อยลงไปเลย
คือคำว่ารักที่ผมมอบให้ครีมไปหมดหัวใจแล้ว
และแล้วเช้านี้ครีมเธอก็มาสายเหมือนเคย
ผมนึกไม่ออกเล๊ย ให้ตายซิ ภาพนางฟ้าตัวน้อยๆของผม
วิ่งอยู่กลางแดด ตามคำสั่งของ ปริยพล
อาจารย์กระเทยก้นโด่งตัวดำจอมหาเรื่องเด็กประจำโรงเรียน
แต่ก็แปลกที่ครีมเธอมักจะรอดพ้นเงื้อมมือของอาจารย์กระเทยใจแตกคนนี้ไปได้ทุกครั้ง
กีฬาประเพณีจะเริ่มแล้วอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้ตั้งตัว อาจารย์ก็เรียกรวมทีมซ้อมซะแล้ว
ทุกเช้าผมมาโรงเรียน ผมก็ต้องหิ้วรองเท้ากีฬาติดมาด้วยทุกวัน
กว่าจะซ้อมเสร็จก็เย็นไปมากแล้ว
การบ้านก็ไม่ค่อยได้ทำ งานก็ไม่ค่อยได้ส่ง

พวกที่เล่นกีฬาส่วนใหญ่มักจะมาหลับเอาแรงในห้อง
หลังจากเหนื่อยกับการซ้อมกันมา
 แต่ผมชอบที่จะพักสายตาด้วยการมองอะไรๆที่มันสวยงามอ่ะนะ
ถูกต้องนะค๊าบ!! ครีมไง ผมแอบมองเธอประจำแหละ
ครีมเธอจะนั่งเป็นกลุ่มกับเพื่อนอยู่ด้านขวามือของห้อง
ใกล้ๆกับกระดาน นั่งใกล้กระดานดูเหมือนจะตั้งใจเรียนนะเธอ..
แต่ไม่เลย... ได้มาเจอเพื่อนห้องเก่าทั้งที่ ครีมเธอเลยกลายเป็นขาเมาท์
คุยจ้อเฮฮากับเพื่อนทั้งวัน แต่ผมก็ดีใจนะที่เห็นเธอมีความสุขกว่าแต่ก่อน
ขณะที่เธอกำลังจับจ้องอยู่ที่อาจารย์
ผมไม่สนใจอาจารย์เลย เอาแต่ชำเลืองมองไปที่หน้าของเธอ
ใบหน้าของเธอช่างขาวหมดจดอะไรอย่างนี้ แก้มเป็นสีชมพูอ่อนๆ
ดวงตาของเธอกลมโตใสเป็นประกาย ผมไม่เคยเห็นดวงตาคู่ไหนสวยแบบนี้มาก่อน
ขนตาของเธองอน ยังกะตุ๊กตา ปากเรียวเล็ก
ทั่วทั้งใบหน้าของเธอมันช่างสวยจับใจอะไรเช่นนี้
ผมใจลอยมองหน้าเธอตาไม่กระพริบเลย..อายๆ..(>.<)
ผมแอบมองเธอนานพอดูกว่าจะได้สติ
และแล้วความซวยก็มาเยือน...แหะๆ (- -“)
ยัยแก้มกับยัยนิ่ม มันจับได้ว่าผมแอบมองครีมบ่อยม๊าก~ก
เรื่องก็เลยไปถึงหูครีม กับ ยัยแป้ง
เป็นที่ล้อกันสนุกสนานในกลุ่มเพื่อน แต่ผมซิ..
ใครจะคิดว่าเค้าจะรู้ตัวละว่าเราแอบชอบ แค่แอบมองจึ๊งเดียวเอง

โปรดติดตามต่อ Part 2 จ้า

5月22日

• อัพจนได้ •

เฮ้อ..ไม่ได้อัพตั้งนาน ..
วันเกิดวัน วันที่ 11 พ.ค. แก่ขึ้นอีกปีแล้วกุ (- -")
ก่อนหน้านั้นก็ไปประจวบมา หาดส่วนตัวแมร่งไม่มีคนเลย
กุนึกว่าโดนปล่อยเกาะแล้ว (-*-)
แต่ธรรมชาติมากมายอะ ปูเสฉวนเดินกันตรึมเลย..
ถ่ายรูปมาเยอะเลย.. แต่เอ.. ทำไมมันเอาลงคอมไม่ได้หว่า
เดี๋ยวกำลังพยายามอยู่น๊า..
 
เมื่อวันเสาร์ที่แล้วไปดู The Da Vinci Code มา
หนุกดีนะ ^^ ใครยังไม่ไปดูก็ดูซะละ..
วันศุกร์ ไปยูบาร์มา คนเยอะเกิ๊น..
แมร่งโคตรอาย ไปโต๊ะแรกของร้านอะ (- -")
 
คนตรวจบัตรแมร่งงง "ถ้าน้องรีบ ไม่มาตั้งแต่เมื่อวานเลยละ"
ไปถึง เค้ายังไม่เอาตราปั๊มออกจากกระเป๋าเลย
เปิดกะรเป๋า ปั๊มกันสดๆอะ -*-
เข้าไปนั่งชิลๆอยู่ 4 คน โต๊ะที่ตามมาก็ทำหน้าเหรอหรา
ประมาณว่า "เฮ้ย มีคนโง่มาก่อนกุด้วยเหรอวะ"
บักหมิงนี่เพลย์บอยตัวจริงเลยวะ (- -")
 
Takky เข้าโรงบาลอีกแล้ว (- -")
พวกมาเฟียนี่เข้าโรงบาลเป็น ปัจจัย 5 จริงๆวะ
ผ่าตัดเสร็จแล้ว คงกินไรได้แล้ว
เดี๋ยวซื้อปลาร้าไปฉีดเข้าเส้นให้มันก่อน เหอๆ
บักลาวก็ไปปลูกผมซะงั้น.. เออ ขอให้ดกดำนะมืง
 
อัพครั้งแรกในรอบหลายเดือน.. เด๋วมาอัพต่อวันหลังค๊าบ~บ
 
------------------------------------------------------------------